แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

ทำอย่างไรให้ระบบการแก้ไขมีประสิทธิภาพ
คุยเฟื่องเรื่องคุณภาพ : อัพเดทเมื่อศุกร์ ที่ 25 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2558 เข้าชม : 2281
ทำอย่างไรให้ระบบการแก้ไขมีประสิทธิภาพ
 
  ทำอย่างไรให้ระบบการแก้ไขมีประสิทธิภาพ  
 

การแก้ไขนับเป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นที่จะช่วยขจัดสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในเรื่องเล็กน้อยในระบบบริหารคุณภาพ  อย่างไรก็ตาม ระบบการแก้ไขนั้นก็ไม่สามารถจะทำให้มีประสิทธิภาพได้ด้วยตัวของตัวเอง

ระบบการสั่งการและปฏิบัติตามรวมถึงเกณฑ์ในการแก้ไขนั้นจะต้องทำควบคู่ไปด้วยกันกับระบบบริหารความเสี่ยง เพราะจะช่วยทำให้เราเห็นจุดบกพร่องที่เราอาจจะยังมองไม่เห็น จนทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นในระบบ  และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าภายในระบบนั้นจะได้รับการแก้ไข  เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็จะรู้ได้ทันทีว่า กระบวนการนั้นจะต้องมีการปรับปรุงใหม่

คุณสมบัติของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด  อาจมาในรูปของการร้องทุกข์  ผลลัพธ์จากการตรวจสอบ หรือสถานการณ์ที่บกพร่องที่มีหลักฐานว่าจะต้องได้รับการดำเนินการ   สิ่งจำเป็นที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกระบบการแก้ไข คือ สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทุกเรื่องจำเป็นต้องมีการแก้ไข  เพราะการแก้ไขจะมีความหมายกับสิ่งที่เป็นระบบ  ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการแก้ไขหรือการสอบสวน  เพราะในบางเรื่องก็สามารถจะจบได้ด้วยการสอบสวนโดยไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไข  หากเราไม่สามารถแยกเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ  ซึ่งอาจใช้การสอบสวนในการแก้ไขให้จบได้เลยทีเดียว  ส่วนเรื่องที่มีผลร้ายแรงกระทบต่อธุรกิจขององค์กร  จึงจะต้องใช้กระบวนการแก้ไขอย่างเต็มรูปแบบ

บางองค์กรก็ใช้การแก้ไขสำหรับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะมีความร้ายแรงหรือไม่ก็ตาม  ทำให้กระทบต่อความรวดเร็วในการแก้ไขของกระบวนการลดลง อันเป็นสาเหตุจากความสับสนและหยุดชะงักเพราะปริมาณงานที่ทำให้การไหลของงานและตัวระบบมากเกินไปจนไม่สามารถ “คิด”ได้อย่างชัดเจน  และเรื่องใหญ่ๆก็จะถูกละเลยเพราะได้รับการปฏิบัติเสมือนว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจนทำให้เรื่องที่ร้ายแรงจริงถูกมองข้ามไป

ต่อไปนี้ คือบางสิ่งที่ทำให้ระบบการแก้ไขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
1. การคัดกรอง
วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มั่นใจในคุณภาพ คือกระบวนการในการแก้ไขที่สามารถแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอย่างจริงจัง  ไม่เพียงเพราะว่าเป็นสิ่งที่เข้ามาในระบบ  วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการที่จะทำให้เป็นไปตามเป้าหมายคือการคัดเลือกระบบการแก้ไขที่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือในการจัดการความเสี่ยง  การคัดกรองบนพื้นฐานของความเสี่ยงจะทำให้ระบบสามารถจัดระดับของเรื่องที่เข้ามา  โดยจะต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริงกับชัดเจนต่อความถี่ของการเกิดและความร้ายแรงที่จะมีผลต่อองค์กรหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที  การแก้ไขที่ผูกติดกับการจัดการความเสี่ยงจะทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับการใส่ใจว่าสำคัญ ไม่ใช่เพียงเพราะต้องยอมรับ ดังนั้น ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดความร้ายแรงต่อองค์กรหลังจากการเกิดขึ้นเพียงเพราะให้ความสำคัญน้อยหรือไม่มีการแก้ไขอย่างทันท่วงที  ระบบจะลดความเสียหายที่จะทำให้เกิดความเสียหายได้ก่อน  หากปราศจากการจัดการความเสี่ยงซึ่งเชื่อมโยงกับการแก้ไข เรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายอาจจะไม่ได้รับการแก้ไขจนกระทั่งทำให้เกิดความเสียหายขึ้น

2. แผนการแก้ไข
เมื่อมีสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด  เรามักจะมีคำถามว่า สาเหตุของปัญหานั้นเกิดจากอะไร และจะทำอย่างไรเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานั้นอย่างถาวร  การบ่งชี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงาน  แผนการดำเนินงานมีความสำคัญในการรักษาระบบการแก้ไขที่ดี  เพราะรวมเอาการบ่งชี้ว่ามีใครบ้างที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการและก็มอบหมายงานนั้นให้ทำ   ผังแสดงการไหลของงานจะช่วยทำให้กระบวนการมีความกระชับมากขึ้นและทำให้มั่นใจว่าจะสามารถทำให้ถึงเป้าหมายได้ภายในกำหนดเวลา กรณีที่มีเหตุที่ทำให้บุคคลแรกไม่สามารถดำเนินการตามแผนให้เสร็จได้ภายในเวลา  การหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและการแก้ไขจะต้องมีการกำหนดไว้ว่าจะให้บุคคลที่สองที่สามารถทำให้กระบวนการเสร็จสิ้นได้ทันที   หลังจากผู้บริหารตัดสินใจในการให้บุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้ดำเนินการ  ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือการจัดลำดับและจัดการให้งานนั้นใกล้กับวันที่ครบกำหนด หรือให้ความสนใจกับงานที่เกินกำหนด  ด้วยการใช้ระบบการจัดการความเสี่ยงในการคัดกรอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไข  องค์กรสามารถคัดกรองช่วงอันตรายและนำมาใช้ก่อน และการสรุปผลสำหรับเป็นเกณฑ์ในเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

3. การยืนยันความมีประสิทธิภาพ
ในทันทีที่เริ่มดำเนินการแก้ไข  ยังไม่ถือว่ากระบวนการนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว  เพราะยังมีความจำเป็นที่จะวัดความมีประสิทธิภาพของการแก้ไขที่ได้ดำเนินการไปด้วยว่า การแก้ไขนั้นใช้ได้หรือไม่  และจะต้องพิจารณาว่าระดับความเสี่ยงนั้นได้ลดน้อยลงหรือไม่ โดยใช้เครื่องมือการบริหารความเสี่ยง   ในการประเมินความเสี่ยง จะสามารถตัดสินได้ว่าการดำเนินงานนั้นนอกจากจะมีประสิทธิภาพหรือไม่แล้ว ยังจะต้องอยู่ภายในปัจจัยความเสี่ยงที่ยอมรับได้หรือไม่ด้วย  ถ้าความเสี่ยงนั้นยังคงสูงเกินไป  เราก็จะทราบว่าการแก้ไขนั้นไม่มีประสิทธิภาพจริง การรวมเอาเรื่องความเสี่ยงเข้ามายังกระบวนการแก้ไขจะเป็นการสนับสนุนเพื่อจะช่วยลดความบกพร่องที่จะกลับมาเกิดขึ้นในระบบให้น้อยลง

4. การรายงาน
มีข้อมูลจำนวนมากที่มักจะผ่านเข้ามาในกระบวนการแก้ไข  ซึ่งทำให้การรายงานข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น  การเชื่อมโยงการแก้ไขด้วยการรายงานจะทำให้สามารถเห็นถึงสถานะ การแก้ไขได้ตามเวลาที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง  มีสิ่งที่อยู่นอกเหนือรายงานจำนวนหนึ่งและแผนภูมิที่สามารถนำมาใช้ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและแสดงถึงความมีประสิทธิภาพของโปรแกรมได้  และมีความเป็นไปได้ในการเจาะเข้าไปในแผนภูมิเพื่อช่วยให้เข้าถึงข้อมูลมากยิ่งขึ้น  ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้เกิดความชัดเจนถึงเป้าหมายและการตัดสินใจว่าการดำเนินงานนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่

สรุป
การแก้ไขเป็นหลักเกณฑ์ที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาของการไม่เป็นไปตามข้อกำหนดภายในองค์กร  ระบบบริหารคุณภาพแบบควบคุมโดยอัตโนมัติจะต้องทำขั้นตอนของการแก้ไขมากกว่าการใช้ความรู้สึก  โดยการดำเนินการผ่านเส้นทางการไหลของงานที่ใช้เป็นแนวทางในกระบวนการและใช้บุคคลที่ถูกต้องในขั้นตอนนั้น  ระบบการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพจริงจะขจัดสิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายเพื่อทำให้ความเสี่ยงลดน้อยลง และทำให้มั่นใจในคุณภาพและการปฏิบัติตามภายในองค์กร


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com