แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

การช่วยชีวิตจากการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า
กรณีศึกษา : อัพเดทเมื่อจันทร์ ที่ 26 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555 เข้าชม : 2776
การช่วยชีวิตจากการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า
 
  การช่วยชีวิตจากการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า  
 

เป็นที่ปรากฏว่า ผู้เสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้า สามารถแก้ไขให้ฟื้นคืนชีวิตได้ ถ้าได้รับการรักษาด้วยการทำ CPR หรือ ให้ยาช่วยชะลอการเต้นของหัวใจ การให้ยาช่วยชลอการเต้นของหัวใจเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในกรณีที่ผู้ป่วยยัง ไม่เสียชีวิต การช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR หลังเกิดเหตุไม่เกิน 4 นาที ตามด้วยการทำ ACLS ภายใน 8 นาที ก็สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ การที่วารสารเกี่ยวกับความปลอดภัยและผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าจะ ช่วยเป็นสื่อเผยแพร่ตัวอย่างกรณีศึกษาในบทความนี้ให้ เจ้าของ ผู้บริหาร และคนงานรับรู้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยจากกระแสไฟฟ้าได้

กรณีศึกษาที่ 1 การช่วยชีวิตที่ประสบผลสำเร็จ

คน งานก่อสร้างคนหนึ่งกำลังทำงานอยู่บนทางหนีไฟของอาคารที่อยู่ระหว่างการปรับ ปรุงซ่อมแซม ขณะที่เขารับท่อเหล็กจากเพื่อนคนงานอีกคนหนึ่งด้วยมือทั้งสองข้าง ปลายด้านหนึ่งของท่อเหล็กได้พาดถูกสายไฟฟ้าแรงสูง เขาจึงถูกไฟฟ้าช๊อตล้มลงหมดสติ  4 นาทีต่อมาหน่วยพยาบาลก็มาถึงที่เกิดเหตุและพยายามช่วยชีวิตเขาด้วยการทำ CPR ตามด้วยหน่วยแพทย์ที่เข้ามาให้ยาชัลอการเต้นของหัวใจและให้การรักษาต่อด้วยการทำACLS ใน 6 นาที ต่อมา พวกเขาสามารถช่วยให้หัวใจของเขากลับมาเต้นใหม่ได้ แต่เขาต้องใช้เครื่องช่วยหายใจระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เขาได้รับการรักษาอาการจนปลอดภัยในเวลาสองสัปดาห์ แต่ยังคงต้องเวียนกลับไปรับการรักษาบาดแผลจากไฟไหม้บนมือทั้งสองข้าง และ บริเวณสะโพกของเขา

 

กรณีศึกษาที่ 2 การช่วยชีวิตที่ล้มเหลว

พนักงาน ห้องอาหารแห่งหนึ่งถูกไฟดูดขณะก้มลงเสียบปลั๊กไฟเครื่องปิ้งขนมปังเข้ากับ เต้าเสียบ บนพื้น หลังสิ้นเสียงหวีดร้อง เขาล้มลงนอนชักกับพื้นที่เปียกชื้น มือหนึ่งจับอยู่ที่ปลั๊กไฟ มืออีกข้างหนึ่งอยู่บนเต้าเสียบ ผู้ช่วยผู้จัดการตรงไปที่แผงควบคุมไฟฟ้าแต่ไม่สามารถหาตำแหน่งของเบรกเกอร์ ตัดไฟได้   เขาไม่มีอาการบาดเจ็บ ภายนอก เพื่อนพนักงานพยายามปั๊มหัวใจให้ ผู้ช่วยผู้จัดการโทรศัพท์แจ้งหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน และกลับไปที่แผงควบคุมใหม่ เขาทำการตัดไฟฟ้าทั้งหมด (หลังเกิดเหตุ 3-8 นาที) ร่างผู้ป่วยมีผ้าห่มคลุมพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย    5  นาที ต่อมา ผู้ช่วยผู้จัดการโทรศัพท์ตามหน่วยพยาบาลฉุกเฉินอย่างมีอารมณ์กับเจ้าหน้าที่ ประจำหน่วยที่ละทิ้งหน้าที่กลับไปที่พักที่อยู่ไม่ไกลจากหน่วย  ผู้ป่วยได้รับการทำ CPR ทันทีที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมาถึง   นับเวลาจากที่โทรศัพท์ตามตัวในครั้งแรกถึง 10 นาที   ปฏิบัติการ ACLS ได้ รับการเตรียมพร้อมที่โรงพยาบาลในท้องที่นั้น แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าผู้ป่วยเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล  เวลาที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการทำ CPR ห่างจากเวลาที่เกิดเหตุนานเท่าใดไม่เป็นที่แน่ชัด  แต่พอจะประมาณได้ว่านานเกิน 4-6 นาที หน่วยแพทย์เตรียมอุปกรณ์สำหรับทำ CPR พร้อม หลังรับโทรศัพท์แจ้งเหตุเพียง  10 นาที ซึ่งรวมเวลาหลังเกิดเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วเกินกว่า 10 นาที

 

สรุป

ในกรณีแรก หน่วยกู้ภัยที่ตั้งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุให้การช่วยชีวิตเบื้องต้นภายใน 4 นาที พวกเขามีประสบการณ์และมีการทบทวนความรู้ในการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR ให้ทันสมัยโดยตลอด ในกรณีนี้ การทำ CPR สามารถทำได้ภายใน 4 นาที่ตามที่ได้รับการอบรมมา รถพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่ และ อุปกรณ์ในการทำ ACLS ถึงที่เกิดเหตุภายใน 6 นาที และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ในที่สุด

ใน กรณีหลัง พนักงานถูกทิ้งให้ไฟดูดเป็นเวลานาน เพื่อนพนักงานที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือก็ถูกไฟดูดด้วยเนื่องจากไม่รู้จัก การตัดวงจรไฟฟ้าก่อน การทำ CPR และ ACLS ล่า ช้าไม่ทันการ จึงไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ การเตรียมพร้อมทางการแพทย์ในภายหลังจึงไม่สามารถประกันความสำเร็จในการช่วย ชีวิตผู้ป่วยได้

 

ข้อเสนอแนะ

1.  การป้องกัน

การป้องกันต้องเป็นเป้าหมายแรกของโปรแกรมความปลอดภัยที่ใช้อยู่   อย่าง ไรก็ตาม อุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้าย่อมเกิดขื้นได้แม้ในสถานที่ที่มีระบบความปลอดภัย ที่ดี โปรแกรมการให้บริการพยาบาลฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีไว้

2.  การปฏิบัติงานที่ปลอดภัย

ไม่ ควรให้พนักงานที่ทำงานกับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงานตามลำพัง ในหลายกรณี ควรจัดให้มีระบบการทำงานเป็นคู่ และควรให้พนักงานทั้งคู่ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการทำ CPR เนื่อง จากไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีใครเป็นผู้เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ พนักงานทุกคนที่ทำงาน หรือ อยู่ในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า ควรรู้วิธีการแก้ไขฉุกเฉินไว้ ซึ่งต้องรวมถึงรู้วิธีตัดวงจรไฟฟ้าก่อนเข้าให้ความช่วยเหลือคนที่กำลังถูกไฟ ดูด

3.วิธีการทำ CPR และACLS

ใน ทุกสถานประกอบการ ควรมีการเตรียมการให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจหยุดเต้น หรือ หยุดหายใจ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือ การทำ CPR ภายใน 4 นาทีหลังเกิดเหตุ การเตรียมพร้อมสำหรับการทำ ACLS ใน 8 นาทีต่อมาก็เป็นสิ่งที่น่าดำเนินการ อาจทำได้โดยการโทรศัพท์แจ้งรถพยาบาลแพทย์ ควรมีการอบรมให้พนักงานรู้จักการให้ข้อมูลเบื้องต้นในการโทรศัพท์ขอความช่วย เหลือ ในบริษัทที่มีความพร้อม ควรจัดตั้งเจ้าหน้าที่ประจำการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

ศัพท์เกี่ยวข้องที่ควรรู้

Defibrillation                  การช่วยชีวิตผู้ป่วยอาการช๊อค โดยการให้ยาระงับอาการเกร็ง หรือ ชะลอการเต้นของ หัวใจ

Cardiopulmonary resuscitation (CPR)

                                    การพยาบาลช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น หรือหยุดหายใจ ด้วยการผายปอดสลับกับการปั๊มหัวใจ ควรดำเนินการภายใน 4 นาที จากเวลาที่ระบบหยุดทำงาน

Advanced cardiac life support (ACLS)

                                    การรักษาผู้ป่วยหลังการทำ CPR อาจเป็นการให้สารกระตุ้น อะดรีนาลีน เป็นต้น


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com