แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

แว่นตาดำกับงานเชื่อม
บทความทั่วไป : อัพเดทเมื่อเสาร์ ที่ 9 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2559 เข้าชม : 2034
แว่นตาดำกับงานเชื่อม
 
  แว่นตาดำกับงานเชื่อม  
 

งานเชื่อมตามสภาพการทำงานทั่วไป ที่มิได้อยู่ภายในโรงงานอุตสาหกรรม  เช่น งานเชื่อมโครงหลังคา งานเชื่อมโครงสร้างที่ต้องเชื่อมตามสถานที่ปฏิบัติงาน หรือตามร้านเชื่อมเล็กๆ ซึ่งยังคงเห็นช่างเชื่อมส่วนใหญ่ใส่หมวกไหมพรม หรือเสื้อยืดคลุมใบหน้า แล้วก็ใส่แว่นตาดำปฏิบัติงานเชื่อม จากการสอบถามว่าทำไมถึงไม่ใส่หน้ากากเชื่อม คำตอบที่ได้คือ  มันเกะกะ ไม่สะดวกในการปฏิบัติงาน  แต่เมื่อเทียบความเข้มของแว่นตาดำกับกระจกที่ใช้ในการเชื่อมแล้ว มีความเข้มที่แตกต่างกัน สามารถทดลองได้โดย ใส่แว่นตาดำแล้วมองดวงอาทิตย์ที่แสงจ้า กับใช้กระจกที่ใช้ในการเชื่อม  จะพบความแตกต่างในการมองเห็นดวงอาทิตย์ 

ช่างเชื่อม  หรือ หัวหน้าผู้ควบคุม อาจจะไม่รู้ถึงอันตรายจากแสง รังสี ที่เกิดจากการอาร์กที่เกิดขึ้นในการงานเชื่อมได้  จึงต้องนำความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากรังสีเชื่อมมานำเสนอ
การเชื่อมไฟฟ้าและตัดชิ้นงานจะมีรังสีเกิดขึ้น 3 ชนิด ซึ่งจะไม่รวมรังสีจากการเชื่อมเลเซอร์ คือ
1) รังสีอุลตร้าไวโอเลต
2) รังสีอินฟราเรด
3) แสง ซึ่งถือว่าเป็นรังสีอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้

รังสีจากการเชื่อมจะส่งผลกระทบกับดวงตาโดยตรง  เพราะการเชื่อมต้องใช้การมองเห็นที่ดี ฉะนั้นคนที่ตาบอดสี ไม่เหมาะที่จะทำการเชื่อม เพราะการเชื่อมบางครั้งต้องใช้เทคนิคในการมองบ่อหลอมละลาย ก่อนทำการเติมลวด หรือ ก่อนการส่ายทับแนว


1) รังสีอุลตร้าไวโอเลต
เป็นรังสีที่มีความเข้มของแสงมากเกินกว่าจะสามารถมองด้วยตาเปล่าได้  ในระยะใกล้ๆ ของผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้อื่นที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณทำการเชื่อมได้รับรังสีนี้ โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันรังสีก็จะทำให้เกิดอาการเจ็บตา การอักเสบ  ตาแดง  อาการเหล่านี้เรียกว่า “Arc eye” (เหมือนทรายเข้าตา) อาการเริ่มปรากฏเมื่อได้รับรังสีไปแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วอาการนี้จะหายไปภายใน 12 – 24 ชั่วโมง แล้วแต่ความมากน้อยของรังสีที่ได้รับ และรังสีนี้จะทำให้เนื้อเยื่อเกิดการสูญเสียน้ำ สำหรับหล่อเลี้ยงอวัยวะในบริเวณนั้น  เช่น   ดวงตา และผิวหนัง  ดังนั้นช่างเชื่อมต้องสวมเครื่องป้องกันใบหน้าแขน คอ และส่วนต่างๆ ของร่างกายมิให้สัมผัสกับรังสีอุลตร้าไวโอเลตความเข้มของรังสี 200 -380 nm

อีกอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับดวงตาได้คือ “ต้อลม-ต้อเนื้อ” หลักฐานทางการแพทย์ระบุว่า น่าจะเกิดจากการที่ตาถูกรังสีอุลตร้าไวโอเลต ในแสงแดดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้เซลล์ของเยื่อเมือกบุตาขาวสร้างสารประเภทโปรตีนและไขมันมากกว่าปกติจนเป็นก้อนเนื้อ หรือแผ่นหนาอยู่ข้างกระจกตาดำ
         
การป้องกันการเกิดต้อลม-ต้อเนื้อ
ควรพยายามหลีกเลี่ยงการถูกรังสีเท่าที่จะทำได้  ควรสวมแว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้งที่แดดจัด เลนส์ของแว่นกันแดดที่มีคุณภาพ ควรมีคุณสมบัติ 2 ประการ ดังนี้
1.มีการเคลือบสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการกรองรังสีอุลตร้าไวโอเลต
2.สามารถลดความจ้าของแสงแดดลงได้
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโลหะ ซึ่งได้รับรังสีอุลตร้าไวโอเลตระดับสูงมาก ควรสวมหน้ากากที่มีเลนส์ป้องกันรังสีตลอดเวลาที่ทำการเชื่อม

2). รังสีอินฟราเรด
เป็นรังสีที่ว่าถ้าสะสมเอาไว้ ตาจะเป็นต้อกระจก ถ้าไม่มีวิธีป้องกันรังสีที่ถูกต้องและรัดกุม  สำหรับรังสีอินฟราเรดนี้นับได้ว่ามีอันตรายร้ายแรงมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับรังสีชนิดอื่น ที่เกิดจากการเชื่อมและตัดโลหะ ความเข้มรังสี 700 - 1,400 nm.

สาเหตุของต้อกระจกจากทางการแพทย์พบว่ามาจาก
- อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ ความชราซึ่งทำให้แก้วตาขุ่นตัวและแข็งขึ้น
- อุบัติเหตุ  ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง  โดนของมีคม สารเคมี หรือ แสงรังสี
- โรคทางร่างกายบางโรค เช่น การติดเชื้อ โรคเบาหวาน การรับประทานยาบางชนิด
- กรรมพันธุ์และความผิดปกติแต่กำเนิด

อาการของต้อกระจก
- สายตามัวเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง 
- เห็นภาพซ้อน สายตาเพร่า  และสู้แสงไม่ได้ อาการระยะแรกในบางรายผู้ป่วยจะสายตา  สั้นขึ้นต้องเปลี่ยนแว่น  บ่อย เมื่อต้อกระจกรุนแรง สายตาจะขุ่นมัวจนแว่นตาช่วยอะไรไม่ได้ รูม่านตาที่ปกติเห็นเป็นสีดำจะกลายเป็นสีเหลืองหรือขาว
- “คำเตือน” หากทิ้งไว้จนต้อกระจกแก่เกินไป อาจเกิดโรคต้อหินและโรคม่านตาอักเสบแทรกซ้อน ทำให้ปวดตา ตาแดง และตาบอดได้ในที่สุด

วิธีรักษาต้อกระจก
ในบางกรณี จักษุแพทย์บางท่านอาจใช้ยาหยอดตา  เพื่อชะลอความรุนแรงของต้อกระจก แต่ไม่มียาชนิดใดสามารถลด หรือ หยุดต้อกระจกได้  เมื่อสายตาขุ่นมัวจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติแล้ว  การผ่าตัดหรือการสะลายต้อกระจก  จะเป็นวิธีรักษาที่ช่วยทำให้สายตาของผู้ป่วยใสขึ้นและมองเห็นได้ดังเดิม


3) แสง
เป็นรังสีมองเห็นได้ด้วยตา เมื่อเกิดการอาร์กและไม่ป้องกันตาจะทำให้ตาพร่ามัว และจะทำให้มองไม่เห็นชั่วขนาดหนึ่ง  หรือเรียกว่า ตาบอดชั่วคราว   เนื่องจากในการเชื่อมโดยไม่ใช้หน้ากากเชื่อม หรืออุปกรณ์ป้องกัน แสงจะเป็นตัวบังคับให้ม่านตาบีบให้เล็ก เพื่อไม่ให้แสงเข้าภายในดวงตามาก ดังนั้นเมื่อปฏิบัติการเชื่อมโดยไม่ใช้หน้ากากเชื่อม เมื่อม่านตาต้องบีบให้เล็กเสมอ ทำให้เกิดอาการปวดตา  ตาแดง อีกทั้งทำให้เกิดตาอักเสบได้ ความเข้มแสง 380 - 700 nm. เห็นได้ว่า แสง หรือรังสีที่เกิดขึ้นในขณะทำการเชื่อมนั้นมีอันตรายโดยตรงกับดวงตา  ซึ่งดวงตาเป็นอัยวะอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อดวงตาไม่สามารถมองเห็นได้ตามความสามารถของดวงตา จากคนปกติที่มองเห็นแล้วกลับมองไม่เห็น ซึ่งเกิดจากการกระทำของตนเอง ฉะนั้นช่างเชื่อมที่ยังคงใช้แว่นตากันแดดเชื่อม หรือเชื่อมด้วยตาเปล่าอาศัยหลับตานิดๆ เวลาทำการเชื่อม ก็คงเป็นช่างเชื่อมที่ ไม่รักวิชาชีพตนเอง หรือบางครั้งช่างเชื่อมอาจจะยังไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ แต่สำหรับผู้ที่ได้รับการเรียนรู้ และเป็นผู้ควบคุมงานของช่างเชื่อม ถ้าเห็นช่างเชื่อมยังปฏิบัติงานเชื่อมอย่างผิดวิธี แล้วยังนิ่งเฉยไม่กล่าวตักเตือน หรือให้คำแนะนำ ก็แสดงว่าหัวหน้า หรือผู้ควบคุมงานนั้นๆ ไม่มีความใส่ใจขาดการเป็นผู้นำดีที่ ถ้าลูกน้องเกิดประสบปัญหาตามที่กล่าวมาในขั้นต้น ส่งผลให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้แล้วดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร แต่ในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมาตรฐาน มีช่างเชื่อมที่ผ่านการฝึกอบรม และมีทักษะสูง ในขณะปฏิบัติการเชื่อม ช่างเชื่อมจะป้องกันทั้งร่างกายและสายตา โดยสวมใส่ชุดป้องกันสะเก็ดไฟ และหน้ากากเชื่อมในการปฏิบัติงานเชื่อมเสมอ  รวมถึงในการแข่งขันช่างเชื่อม จะสังเกตเห็นได้ว่าผู้เข้าแข่งขันมีการแต่งกาย สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ครบถ้วน ทั้งชุดหนังป้องกันสะเก็ด  แว่นตากันสะเก็ด Ear Plug  และหน้ากากเชื่อม ฉะนั้นในการปฏิบัติงานเชื่อม จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันในการเชื่อม ทั้งร่างกาย และดวงตาซึ่งช่างเชื่อมควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  รวมไปถึงผู้ควบคุม หรือหัวหน้างานที่ควบคุมต้องให้ความรู้และคำแนะนำถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในการละเลยข้อปฏิบัติเหล่านี้

โดยนาย วัชรพงษ์  มุขเชิด
นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงาน
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค1
เรียบเรียงโดย แผนกพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการ                             


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com