แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

มลพิษทางอากาศบางชนิดสามารถซึมผ่านผิวหนังได้
บทความทั่วไป : อัพเดทเมื่อพุธ ที่ 10 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 เข้าชม : 897
มลพิษทางอากาศบางชนิดสามารถซึมผ่านผิวหนังได้
 
  มลพิษทางอากาศบางชนิดสามารถซึมผ่านผิวหนังได้  
 

“มลพิษทางอากาศ” หลายคนคงคิดถึง ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ฝุ่นละอองในอากาศ หรือควันจากบุหรี่ แต่มลพิษทางอากาศที่ผู้เขียนอยากจะสื่อนั้น รวมถึงกลิ่นของสารเคมีเช่น ไอระเหยน้ำมัน ไอระเหยของน้ำยาทาเล็บ ตัวทำละลายต่างๆ หรือแม้กระทั่งกลิ่นหรือไอระเหยของสีทาบ้าน กาว เรียกได้ว่าทุกๆ อย่างที่อยู่ในอากาศ เมื่อเข้าสู่ร่างแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิต ต่อระบบภายในของร่างกายนั่นคือ “มลพิษทางอากาศ”

ตัวอย่างของงานวิจัยที่เพิ่งค้นพบถึงอันตรายของมลพิษเหล่านี้ ได้แก่ มลพิษทางอากาศที่มีขนาดเล็กในระดับนาโนเมตร เมื่อเราหายใจเข้าไป เจ้ามลพิษนี้จะเข้าไปถึงปอดและสามารถบล็อคการเคลื่อนที่ของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือพากินสันได้ นอกจากนี้เจ้ามลพิษที่มีขนาดเล็กมากๆ นี้ยังสามารถซึมไปตามเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ทำลาย DNA โปรตีน หรือโครงสร้างของเซลล์ ทำให้ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา

มลพิษทางอากาศเหล่านี้นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว งานวิจัยล่าสุดได้พบว่า มลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อบุคลิกภาพด้วย ซึ่งงานวิจัยได้ศึกษากับหนูทดลองพบว่า เมื่อให้หนูดมสารเคมีที่ชื่อว่า บีสพีนอล (Bisphenol S) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ผลิตกระดาษและพลาสติกใส ผลการศึกษาพบว่า หนูที่ได้รับสารเคมีส่งผลต่อฮอร์โมนของหนูทำให้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปคือ มีก้าวร้าวมากขึ้น จากตัวอย่างงานวิจัยจะเห็นได้ว่า มลพิษทางอากาศนั้นส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อทั้งมนุษย์และสัตว์

แต่หลายๆ คนคงคิดว่า มลพิษทางอากาศสามารถเข้าสู่ร่างกายเราโดยการหายใจเท่านั้น นั่นคุณอาจคิดผิดมาโดยตลอด เพราะงานวิจัยใหม่ๆ ได้ค้นพบว่า มีสารเคมีบางตัวที่สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์โดยการซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนัง! น่ากลัวใช่หรือไม่? เพราะเพียงแค่ปิดจมูก หรือใส่หน้ากากที่มีตัวกรองสารเคมี กลับไม่สามารถป้องกันมลพิษเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้

การหายใจสามารถนำมลพิษเข้าสู่ปอด และเข้าสู่กระแสเลือดเป็นลำดับต่อไป แต่อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายกลับเป็นผิวหนัง ซึ่งนักวิศวะสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยวอชิงตันพบว่า ผิวหนังคนทำหน้าที่คล้ายกับฟองน้ำเพื่อดูดซับสารเคมี โดยสารเคมีที่เริ่มศึกษาคือ พทาเลท (Phthalates) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้เป็นตัวทำละลายและผลิตพลาสติก ซึ่งในปัจจุบันพบว่า เนื่องจากการใช้สารเคมีประเภทนี้อย่างแพร่หลายทำให้พบได้มากในอากาศ และในร่างกายมนุษย์เอง!

ผลการศึกษาในคน โดยให้คนเหล่านี้ได้รับสารตระกูลพทาเลท 2 ตัวคือ diethyl (Di-ETH-ul) phthalate หรือ DEP ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญในเครื่องสำอาง น้ำหอม และผลิตภัณฑ์พวกแชมพู พบว่าสารตัวนี้มีผลต่ออวัยวะสืบพันธ์ สารเคมีตัวที่สอง คือ di-n-butyl (BEU-tul) phthalate หรือ DnBP ซึ่งพบมากในเครื่องสำอาง และใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับเป็นส่วนผสมของกาว พลาสติกและสารหล่อลื่น ซึ่งอันตรายของมันนั้นส่งให้เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน

การทดลองทำโดย ให้ผู้ทดสอบสวมฮูด (Hood) ครอบศีรษะเพื่อที่จะหายใจในอากาศที่สะอาดเท่านั้น โดยให้แต่ละคนจะสวมเสื้อผ้าที่ไม่หนาและสั้นๆ เพื่อที่จะให้ผิวหนังได้สัมผัสกับสารที่อยู่ในอากาศ ผลการศึกษาพบว่า สาร DEP สามารถเข้าสู่ผิวหนังและการหายใจในปริมาณที่เท่าๆ กัน ส่วน DnBP ผิวหนังสามารถดูดซับสารนี้เข้าไปได้มากกว่าการหายใจถึง 80% โดยประเด็นที่น่าตกใจคือ ในการทดสอบครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่น้อยเกินไปที่จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนถึงปริมาณการดูดซึมสารเคมี นักวิจัยกล่าวว่า หากเพิ่มเวลานานขึ้นถึง 30-40 ชั่วโมง ผิวหนังเราน่าจะสามารถดูดซึมสารเคมีเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าการหายใจถึง 5-6 เท่า ดังนั้นในการค้นพบครั้งนี้จึงสามารถอธิบายว่า สารเคมีชนิดพทาเลทที่พบในของใช้เด็กทารก เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด

นอกจากนี้ไม่เพียงแค่สารเคมีชนิดพทาเลทเท่านั้น นักวิจัยยังค้นพบว่า สารเคมีที่มีขนาดอนุภาคไม่ใหญ่มากสามารถระเหย ซึม เข้าสู่ผิวหนังได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น สารเคมีในน้ำยาทาเล็บ พาราเบนในครีมกันแดด และนิโคติน ซึ่งจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราได้รับสารเหล่านี้ในทุกๆ วัน ทุกๆ ชั่วโมง ลองนึกภาพคนทำงานที่เกี่ยวข้องกับสารเหล่านี้ เช่น พนักงานในร้านทาเล็บ หรือพนักงานในโรงงานผลิตพลาสติก ซึ่งมีโอกาสได้รับสารเคมีเหล่านี้ซึมเข้าสู่ผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก

 

ทุกวันนี้คนเราอยู่กับสารเคมีเหล่านี้จนชิน จึงไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายจากสารเคมีเหล่านี้ แน่นอนว่าอาการของโรคไม่ได้แสดงทันทีที่ได้รับสารพิษ แต่มันใช้ระยะเวลาสะสม จากวันละเล็กละน้อยที่ร่างกายได้รับ อาจจะ 10 ปีหรือ 20 ปี จึงค่อยแสดงอาการออกมาให้เราได้พึงระวังและป้องกันตัวหรือไม่มันก็อาจจะสายเกินไป


ผู้เขียน: Liew
นิสิตปริญญาเอก 
สาขา polymer science
Petroleum and Petrochemical College 
Chulalongkorn University

จาก...วิชาการ ดอทคอม

 


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com