แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

สมองเสื่อมหรือแค่หลงลืม
มุมสุขภาพ : อัพเดทเมื่อจันทร์ ที่ 18 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 เข้าชม : 119
สมองเสื่อมหรือแค่หลงลืม
 
  สมองเสื่อมหรือแค่หลงลืม  
 

บางครั้งคุณอาจรู้สึกลืมนั่นลืมนี่ จนสงสัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมหรือเปล่า ข้อสังเกตคือ การหลงลืมจะเป็นชั่วครั้งชั่วคราว ลืมเรื่องธรรมดา เช่น กุญแจบ้าน เส้นทางขับรถ ชื่อคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่ถ้าเป็นสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ จะมีอาการรุนแรงส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้มีพฤติกรรมผิดแปลกไป เช่น เก็บกุญแจบ้านในตู้เย็น แต่งตัวไปตลาดตอนตี 2 ทำของหายบ่อยๆ ลืมวิธีหุงข้าว (ทั้งๆที่หุงข้าวเองมาตลอด 50 ปี) ย้ำคิดย้ำทำ และอาจมีอารมณ์แปรปรวน

แม้ไม่มีงานวิจัยชิ้นใดที่รับรองว่าสามารถยืดอายุสมองให้ยาวนานออกไปได้ แต่การถนอมสมอง และใช้สมองอย่างเต็มความสามารถ โดยไม่หักโหม อาจช่วยชะลอความเสื่อมของสมองออกไป สำหรับผู้สูงอายุไม่ควรเลิกทำกิจกรรมต่างๆ หยุดคิด หยุดใช้สมอง เพราะสมองก็เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่นหากไม่ใช้ไม่บริหารก็เสื่อม ฝ่อลงได้ การป้องกันสมองแก่ทำได้โดย

ให้สมองทำงานใหม่ๆ บ้าง การทำกิจกรรมใหม่ที่สมองไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ช่วยให้เกิดการแตกแขนงเซลล์ประสาทเพิ่มขึ้น ซึ่งควรเป็นกิจกรรมที่ได้ใช้สมองคิด กิจกรรมใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ต้องอาศัยการเรียนรู้ หรือเรียนรู้ในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้เดิมที่มีอยู่ นอกจากนี้คุณอาจทำกิจกรรมง่ายๆ แต่สนุก เช่น ฝึกบวกเลขทะเบียนหลังรถ เล่นต่อจิกซอว์ เล่นเกมลับสมอง เล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ความคิด หรือจากที่เคยเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวก็ฝึกเดินถอยหลัง หรือนับเลขถอยหลังจาก 100 99 98 97 96 95......ไปเรื่อยๆ เมื่อชำนาญแล้วอาจลบเลขในจำนวนที่ยากขึ้น เช่น จาก 100 ลบลงครั้งละ 6 จำนวนลงไปเรื่อยๆ เป็นต้น

ออกกำลังกระตุ้นสมอง หากออกกำลังกายอย่างเต็มที่ให้เลือดสูบฉีดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 60% จากอัตราการเต้นปกติของหัวใจ เลือดจะไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ทำให้เซลล์ประสาทและสมองก็มีอาหารและออกซิเจนมากขึ้น ช่วยให้สมองสั่งงาน และทำงานได้ดีขึ้น การออกกำลังกายที่เหมาะสมคือเต้นแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักยาน ชี่กง ไทเก็ก โยคะ อย่างน้อย 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง สมองจะปลอดโปร่งขึ้น เพราะสารเอนโดฟินที่หลั่งออกมา แต่สารนี้อยู่ในร่างกายได้เพียง 48 ชั่วโมง ดังนั้นการออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้ร่างกายได้รับสารเอนโดฟินอย่างต่อเนื่อง

กินต้านสมองแก่ อาหารที่สมองต้องการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการผลิตสารสื่อประสาท ควบคุมการทำงานของเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ ได้แก่

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จากแป้งและน้ำตาลไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสาลีโฮลวีท ข้าวโพด จมูกข้าวสาลี

ผัก ผลไม้และพริก โดยเฉพาะผักโขม กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อกโคลี่ แคนตาลูป ถั่วลิสง ถั่วเหลือง และพริก วันละ 1 ช้อนชา เพราะพริกมีสารแคบไซซิน ทำให้เลือดในเส้นเลือดฝอยไหลเวียนดี มีเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น สมองได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น แต่ละวันควรกินผักผลไม้ให้หลากหลาย อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน คือผักสด 2 จาน ผลไม้สดชนิดใดก็ได้ 2 ผล (ปริมาณเท่าลูกแอปเปิ้ล) และน้ำผลไม้สดอีกวันละ 1 แก้ว

โปรตีนวันละ 1 ฝ่ามือ จากไข่แดง ถั่ว ตับ ปลา ถั่วลิสง อินทผลัม กล้วย และเนื้อแดงทุกประเภท แต่ถ้ากินมังสวิรัติ ควรกินเม็ดธัญพืชพร้อมกัน 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อให้ได้กรดอะมิโนหน่วยย่อยของโปรตีนครบถ้วน

ระดับน้ำตาลที่พอดี สมองต้องการน้ำตาลในเลือดมากกว่า 80 มิลิกรัมต่อเดซิลิตร เพื่อเป็นพลังงานสำรองในการทำงาน หากน้ำตาลในเลือดต่ำ สมองไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ และถ้าน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป สมองจะถูกแช่ในน้ำตาลซึ่งเป็นสารกลุ่มฟอร์มาลดีไฮด์ ทำให้เนื้อเยื่อในระบบประสาทเสียหาย การสั่งงานของสมองไม่ดี จึงไม่ควรกินขนมหวาน น้ำอัดลม หรือน้ำหวานมากเกินไป


ขอบคุณข้อมูลจาก คลิกนิกวัยทอง รพ.พระมงกุฎเกล้า 


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com