แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

ปรับพฤติกรรมการใช้รถ..เพื่อลดค่าฝุ่นละอองในอากาศ (PM 2.5)
มุมยานยนต์ : อัพเดทเมื่อพุธ ที่ 6 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 เข้าชม : 114
ปรับพฤติกรรมการใช้รถ..เพื่อลดค่าฝุ่นละอองในอากาศ (PM 2.5)
 
  ปรับพฤติกรรมการใช้รถ..เพื่อลดค่าฝุ่นละอองในอากาศ (PM 2.5)  
 

วิกฤต PM2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ปกคลุมฟุ้งกระจายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งบางหลายๆ เขตก็เลวร้ายถึงขั้นอยู่ระดับที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ทีเดียว โดยเจ้า PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เทียบง่ายๆ คือ มันมีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้

ดังนั้น PM2.5 จึงสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังและมะเร็ง ตามคำเตือนขององค์การอนามัยโลก สำหรับต้นตอและแหล่งกำเนิดนั้นมาจากหลายๆ ปัจจัย และหนึ่งในสาเหตุก็มาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงทั้งดีเซลและแก๊สโซฮอล์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) อีกด้วย

แม้ว่าตอนนี้การแก้ปัญหาจะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย หรือขจัดให้หมดไปในอาทิตย์สองอาทิตย์เท่านั้น แต่ถ้าคุณและผู้ใช้รถทุกคน ต่างร่วมมือช่วยกันด้วยการไม่เพิ่มปริมาณให้มากขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ โดยการปรับพฤติกรรมการขับรถของตัวเอง ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่เราเรียบเรียงมาแนะนำกัน รับรองว่าสามารถช่วยลดฝุ่นละอองสู่อากาศได้อย่างแน่นอน

  1. เมื่อจอดรถต้องดับเครื่อง ไม่ควรจอดแล้วสตาร์ททิ้งไว้
  2. หมั่นตรวจสภาพความพร้อมสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ เมื่อพบว่ามีควันออกมาจากท่อไอเสียมากกว่าปกติ ควรนำรถเข้าเช็คทันที
  3. เมื่อต้องวอร์มเครื่องยนต์ช่วงเช้าและหลังจอดทิ้งไว้นานๆ ไม่จำเป็นต้องสตาร์ททิ้งและรอเป็น 10 นาที สัก 2-3 นาทีก็น่าจะเพียงพอ หรือถ้าต้องการความมั่นใจก็ให้ดูจากเกจ์วัดความร้อนที่หน้าปัดขึ้นมาประมาณกลางๆ ก็ใช้ได้
  4. ไม่ขับโดยเหยียบคันเร่งแบบกระแทกกระทั้นไปมา ให้ขับด้วยการใช้ความเร็วคงที่
  5. ไม่ปรับแต่งเครื่องยนต์เพิ่มเติม โดยเฉพาะการอุด EGR หรือถอดแคตตาไลติค แน่นอนว่าการโมดิฟายแม้จะได้ความแรงที่เพิ่มขึ้น แต่ตรงกันข้ามก็จะสร้างมลพิษเพิ่มขึ้นกว่าเครื่องยนต์เดิมๆ จากโรงงาน
  6. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลงหากไม่จำเป็น ลองเปลี่ยนบรรยากาศหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะบ้างในบางวัน เช่น รถไฟฟ้า
  7. ทางเดียวกันไปด้วยกันด้วยรถคันเดียว นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยลดฝุ่นละอองสู่อากาศอีกด้วย
  8. ถ้ามีโอกาส ลองหันมาใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

แน่นอนหากทุกคนหันมาปรับพฤติกรรมการขับขี่และการใช้งานรถอย่างจริงจัง รับรองว่ามีส่วนช่วยลดฝุ่นละอองสู่อากาศได้เป็นจำนวนมากทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก...www.roojai.com


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com