แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

7 สิ่งที่ทำให้รถคุณซดน้ำมันมากกว่าปกติ
มุมยานยนต์ : อัพเดทเมื่อพุธ ที่ 14 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เข้าชม : 54
7 สิ่งที่ทำให้รถคุณซดน้ำมันมากกว่าปกติ
 
  7 สิ่งที่ทำให้รถคุณซดน้ำมันมากกว่าปกติ  
 

เมื่อแก้ต้นเหตุหลักไม่ได้ก็แก้ที่พฤติกรรมของเราเอง ทั้งนี้เพื่อช่วยประคองหรือทำให้สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการป้องกันไม่ให้รถของคุณต้องซดมากกว่าปกติ ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นมีอะไรบ้างเราไปดูกันครับ

1. น้ำมันเครื่อง-ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไม่ควรยืดระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนตามระยะที่กำหนด เพราะน้ำมันเครื่องจะหนืดขึ้นจนไม่สามารถปั๊มน้ำมันขึ้นไปหล่อลื่นลูกสูบได้ทันส่งผลให้เคลื่อนตัวได้ช้าลง สิ่งที่ตามมาคือเครื่องยนต์ให้กินน้ำมันมากขึ้น และยังทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ สึกหรอเร็วขึ้นอีกด้วย

2. ยางกับความดันลมยาง ลมยางนับว่ามีผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเช่นกัน หากว่าแรงดันลมยางต่ำกว่าปกติก็ยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานเมื่อสัมผัสกับพื้นถนน ทำให้กินน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงยางระเบิดเมื่อบรรทุกของหนักหรือขับรถเร็วอีกด้วย ดังนั้นควรเช็คลมยางให้เหมาะสมตามสเปกรถอย่างสม่ำเสมอ (มีสเปกระบุไว้ข้างกรอบประตูฝั่งคนขับหรือคู่มือประจำยนต์)

3. ออกตัวกระชากเบรกหนัก การออกรถแบบกระชากดังๆ เพื่อให้ล้อฟรีหรือออกเอี๊ยด แถมยังเบรกทุกครั้งแบบกระทืบ ไม่ว่าจะประสงค์เพื่อต้องการโชว์สมรรถนะความแรงหรืออวดสาวอะไรก็ตามแต่ บอกเลยว่าเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันแบบใช่เหตุเหมือนเทน้ำทิ้ง แถมยังเป็นการเร่งให้อะไหล่และชิ้นส่วนของรถท่านเองสึกหรอเร็วกว่าปกติอีกด้วย

4. อุ่นเครื่องได้แต่ต้องไม่จอดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อก่อนมักมีคำแนะนำว่าทุกเช้าที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อออกเดินทางควรอุ่นเครื่องและจอดนิ่งก่อน แต่รู้หรือไม่ว่าการอุ่นเครื่องยนต์โดยจอดอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ นั้นยิ่งจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ควรอุ่นสัก 1-3 นาทีพอ หรือขับด้วยความเร็วรอบต่ำประมาณ 1-2 กม. ก็เสมือนกับการอุ่นเครื่องไปในตัว

5. บรรทุกหนักเกินพิกัดมาก สาวๆ หลายคนอาจหลงคิดไปว่ารถตัวเองที่เป็นรถเก๋งคันเล็กๆ ไม่ต่างอะไรไปจากบ้านพักหรือห้องนอน เบาะหลังแขวนทั้งเสื้อผ้าสารพัดชุด เอกสารการทำงาน ส่วนใต้กระโปรงท้ายเต็มไปด้วยรองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์กีฬา ซึ่งบรรทุกข้าวของหรือสัมภาระต่างๆ โดยไม่จำเป็น ยิ่งส่งผลให้เครื่องยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

6. ปรับอุณหภูมิแอร์แต่พอดี ควรเปิดเครื่องปรับอากาศแต่พอเหมาะปรับระดับความเย็นและความแรงของลมให้เหมาะสม บางคนสตาร์ทรถได้ก็เปิดเบอร์แทบจะสูงสุดแต่ดันใส่เสื้อคลุมหรือเสื้อแขนยาว ซึ่งการปรับแอร์พอดีจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย

7. วางแผนเส้นทาง ช่วยประหยัดน้ำมันแน่นอน สมัยนี้เราสามารถรู้ล่วงหน้าก่อนออกจากบ้านหรือเดินทางไปไหนมาไหน ว่าตรงไหนรถติดตรงไหนควรหลีกเลี่ยง เพราะมือถือเป็นผู้ช่วยชั้นดี ดังนั้นทุกครั้งก่อนเดินทาง ควรศึกษาเส้นทาง ซึ่งจะช่วยให้เดินทางถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลา ที่สำคัญประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะไม่ต้องไปเผชิญรถติดเป็นเวลานาน

เมื่อแก้ต้นเหตุหลักไม่ได้ก็แก้ที่พฤติกรรมของเราเอง ทั้งนี้เพื่อช่วยประคองหรือทำให้สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการป้องกันไม่ให้รถของคุณต้องซดมากกว่าปกติ ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นมีอะไรบ้างเราไปดูกันครับ

1. น้ำมันเครื่อง-ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไม่ควรยืดระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนตามระยะที่กำหนด เพราะน้ำมันเครื่องจะหนืดขึ้นจนไม่สามารถปั๊มน้ำมันขึ้นไปหล่อลื่นลูกสูบได้ทันส่งผลให้เคลื่อนตัวได้ช้าลง สิ่งที่ตามมาคือเครื่องยนต์ให้กินน้ำมันมากขึ้น และยังทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ สึกหรอเร็วขึ้นอีกด้วย

2. ยางกับความดันลมยาง ลมยางนับว่ามีผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเช่นกัน หากว่าแรงดันลมยางต่ำกว่าปกติก็ยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานเมื่อสัมผัสกับพื้นถนน ทำให้กินน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงยางระเบิดเมื่อบรรทุกของหนักหรือขับรถเร็วอีกด้วย ดังนั้นควรเช็คลมยางให้เหมาะสมตามสเปกรถอย่างสม่ำเสมอ (มีสเปกระบุไว้ข้างกรอบประตูฝั่งคนขับหรือคู่มือประจำยนต์)

3. ออกตัวกระชากเบรกหนัก การออกรถแบบกระชากดังๆ เพื่อให้ล้อฟรีหรือออกเอี๊ยด แถมยังเบรกทุกครั้งแบบกระทืบ ไม่ว่าจะประสงค์เพื่อต้องการโชว์สมรรถนะความแรงหรืออวดสาวอะไรก็ตามแต่ บอกเลยว่าเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันแบบใช่เหตุเหมือนเทน้ำทิ้ง แถมยังเป็นการเร่งให้อะไหล่และชิ้นส่วนของรถท่านเองสึกหรอเร็วกว่าปกติอีกด้วย

4. อุ่นเครื่องได้แต่ต้องไม่จอดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อก่อนมักมีคำแนะนำว่าทุกเช้าที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อออกเดินทางควรอุ่นเครื่องและจอดนิ่งก่อน แต่รู้หรือไม่ว่าการอุ่นเครื่องยนต์โดยจอดอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ นั้นยิ่งจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ควรอุ่นสัก 1-3 นาทีพอ หรือขับด้วยความเร็วรอบต่ำประมาณ 1-2 กม. ก็เสมือนกับการอุ่นเครื่องไปในตัว

5. บรรทุกหนักเกินพิกัดมาก สาวๆ หลายคนอาจหลงคิดไปว่ารถตัวเองที่เป็นรถเก๋งคันเล็กๆ ไม่ต่างอะไรไปจากบ้านพักหรือห้องนอน เบาะหลังแขวนทั้งเสื้อผ้าสารพัดชุด เอกสารการทำงาน ส่วนใต้กระโปรงท้ายเต็มไปด้วยรองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์กีฬา ซึ่งบรรทุกข้าวของหรือสัมภาระต่างๆ โดยไม่จำเป็น ยิ่งส่งผลให้เครื่องยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

6. ปรับอุณหภูมิแอร์แต่พอดี ควรเปิดเครื่องปรับอากาศแต่พอเหมาะปรับระดับความเย็นและความแรงของลมให้เหมาะสม บางคนสตาร์ทรถได้ก็เปิดเบอร์แทบจะสูงสุดแต่ดันใส่เสื้อคลุมหรือเสื้อแขนยาว ซึ่งการปรับแอร์พอดีจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย

7. วางแผนเส้นทาง ช่วยประหยัดน้ำมันแน่นอน สมัยนี้เราสามารถรู้ล่วงหน้าก่อนออกจากบ้านหรือเดินทางไปไหนมาไหน ว่าตรงไหนรถติดตรงไหนควรหลีกเลี่ยง เพราะมือถือเป็นผู้ช่วยชั้นดี ดังนั้นทุกครั้งก่อนเดินทาง ควรศึกษาเส้นทาง ซึ่งจะช่วยให้เดินทางถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลา ที่สำคัญประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะไม่ต้องไปเผชิญรถติดเป็นเวลานาน

จาก..www.roojai.com


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com