แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
ตึกสูงกว่า 2 พันหลังตรวจความปลอดภัยช้าถูกสั่งดำเนินคดี
ตึกสูงกว่า 2 พันหลังตรวจความปลอดภัยช้าถูกสั่งดำเนินคดี
ทั่วไป : อัพเดทเมื่อพุธ ที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

สั่งดำเนินคดี ตึกสูงกว่า 2,000 แห่ง หลังตรวจความปลอดภัยช้า โทษมีทั้งจำทั้งปรับ แถมโดนรายวันวันละหมื่นบาท ตามที่กรมโยธาธิการ ได้ออก พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร (ฉบับที่3) พ.ศ. 2543 อาคารสูง 9 ประเภท จะต้องตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของอาคาร ซึ่งต้องตรวจอาคารครั้งใหญ่ทุกๆ 5 ปี และตรวจสอบย่อยปีละครั้ง  ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักกรมโยธา กล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานมาแล้วราว 3,000 อาคาร เหลืออีกเกือบ 2,000 อาคาร ที่ยังไม่รายงาน ซึ่งกำหนดต้องส่งรายงานภายใน 28 ธ.ค. 2550 ที่ผ่านมา ตามที่ กทม. ขอผ่อนผันโดยขยายเวลาการตรวจสอบอาคารไปอีก 180 วัน แต่อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองยืนยันไม่ขยายเวลาการจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบอาคาร ดังนั้นอาคารที่รายงานหลังวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมาจะต้องถูกดำเนินคดี ตามมาตรา 65 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติได้ถูกต้อง


 


เรียบเรียงข่าวจาก.....เดลินิวส์ออนไลน์



บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

การประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้มีต้นเหตุมาจากหลายสาเหตุ เพราะปัจจุบันมีการสร้างตึกสูงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีอุบัติเหตุจากตึกถล่มและการเกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น ซึ่งรวมทั้งที่อาจเกิดในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ซึ่งมักมีผลต่อตึกสูงที่อาจถล่มทำให้เกิดอันตรายต่อผู้คนและประชาชนที่อยู่อาศัย โดยกฎหมายเก่าว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสม ควรแก้ไขใหม่โดยกำหนดมาตรการในการควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรมและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสภาพการณ์ในปัจจุบัน พบว่าเป็นดังเหตุผลของการประกาศใช้ พ.ร.บ. โดยเฉพาะในปัจจุบัน มีการสร้างตึกสูงกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมสูงๆที่แข่งกันก่อสร้างอย่างมากมาย โดยไม่ทราบว่ามีมาตรการด้านความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ เพราะแข่งขันกันว่าขายในราคาถูก ถ้าเกิดเหตุแผ่นดินไหว อาคารเกิดถล่ม เคราะห์กรรมก็จะเกิดกับประชาชนที่เข้าไปซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือหากเกิดอัคคีภัยขึ้นจะสามารถช่วยเหลือหรือไม่ และอาคารสูงหลายแห่งยังทำให้เกิดปัญหาจราจรอีกด้วย จึงเห็นว่ามาตรการที่ให้มีการตรวจสอบอาคารเพื่อดูความมั่นคงปลอดภัยจึงเป็นมาตรการที่ควรสนับสนุน แต่ก็น่าเห็นใจสำหรับอาคารที่สร้างและต้องปรับปรุงแก้ไข ทางราชการน่าจะมีมาตรการช่วยเหลือในด้านการเงินแก่ตึกเหล่านี้ หลายรายต้องการแก้ไขแต่ก็ยังหลีกเลี่ยงเพราะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย


            สำหรับอาคาร 9 ประเภท ที่ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ได้แก่ อาคารสูง 23 เมตรขึ้นไป อาคารขนาดใหญ่พิเศษพื้นที่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้นและมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายบนดินสูง 15 เมตรขึ้นไปหรือมีพื้นที่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป และป้ายบนอาคารที่มีพื้นที่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป โรงมหรสพ โรงแรมขนาด 80 ห้องขึ้นไป อาคารชุมนุมคนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือชุมนุมคนได้ 500 คนขึ้นไป และอาคารอยู่อาศัยรวมหรืออาคารชุดพื้นที่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง 5,000 ตารางเมตรได้รับการผ่อนผัน 7 ปี และพื้นที่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10,000 ตารางเมตร ได้รับการผ่อนผัน 5 ปี ทั้งหมดนี้ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร โดยต้องส่งรายงานผลการตรวจสอบภายในวันที่ 28 ธ.ค. 2550


 

ผลกระทบ

ผลของ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร (ฉบับที่3) พ.ศ. 2543 มีอาคารสูง 9 ประเภท ทั่งกรุงเทพฯ จำนวนประมาณ 5,380 อาคาร ต้องได้รับการตรวจสอบสภาพอาคาร เพื่อดูความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัย แต่ที่มีการตรวจสอบและส่งรายงานมาแล้ว 3,000 อาคาร เหลืออีกกว่า 2,000 อาคารที่ยังไม่รายงาน จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่ยังมีเจ้าของอาคารยังไม่เห็นความสำคัญของการตรวจตราเพื่อป้องกันหากอาคารเกิดการชำรุดไม่แข็งแรง ก็จะได้ซ่อมแซม แก้ไขไม่ให้เกิดอันตรายต่อทั้งตนเองและผู้อื่น เพราะหากเกิดการพังทลายหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็จะเกิดอันตรายและเกิดความสูญเสียขึ้น ซึ่งความผิดของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับและต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

การป้องกันแก้ไข

การออก พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร (ฉบับที่3) ปี 2543 นับเป็นเจตนาดีของหน่วยราชการที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากตึกสูง แต่น่าเสียดายที่ยังมีผู้ไม่ปฏิบัติตามอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเมื่อการกำหนดกฎหมายที่ก่อนจะมีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่ออกกฎหมายควรจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบ โดยให้มีระยะเวลานานพอสมควร เพื่อให้มีการเตรียมการ ทั้งเจ้าของอาคาร และผู้ที่จะตรวจสอบให้มีเพียงพอ แต่ความเป็นจริงการประชาสัมพันธ์ยังไม่ทำให้ประชาชนรับรู้ และเห็น หรือตระหนักถึงประโยชน์ของงานที่ตนเองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าของอาคารเองก็จะเห็นเพียงว่าตนเองต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน ตั้งแต่ค่าตรวจสอบอาคาร ไปจนถึงค่าซ่อมแซมแก้ไขอาคารที่ชำรุดบกพร่องเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้หลายรายอยากตรวจ แต่ก็หลีกเลี่ยงเพราะติดขัดประเด็นเรื่องงบประมาณซึ่งเป็นอีกประเด็นที่หน่วยงานราชการน่าจะมีวิธีแก้ไข เช่น จัดหาแหล่งกู้ยืมเงินดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติตามกฎหมายแต่ขาดปัจจัยสำคัญ หากดำเนินการตามมาตรการต่างๆเหล่านี้แล้วยังมีผู้หลีกเลี่ยง จึงใช้มาตรการลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งก็จะทำให้การออกกฎหมายบรรลุวัตถุประสงค์โดยความร่วมมือร่วมใจของประชาชนเจ้าของอาคารตึกสูงทุกคน


 


โดย.....คุณมานพ ชาญธวัชชัย


    นักวิชาการอาวุโส


 (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com