แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
โทษใหม่เมาแล้วขับ ถอนใบขับขี่ติดคุก10ปีปรับ 2 แสนบาท
โทษใหม่เมาแล้วขับ ถอนใบขับขี่ติดคุก10ปีปรับ 2 แสนบาท
ทั่วไป : อัพเดทเมื่อพุธ ที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิเมาไม่ขับ และพันธมิตรในการลดอุบัติเหตุ โดยได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมโทษผู้ขับขี่ที่เมาสุราขณะขับรถ โดยได้ผลักดันกฎหมายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2546 และมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขมาหลายครั้งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ในที่สุดการแก้ไขกฎหมายก็นำมาสู่การประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจราจร เปิดเผยว่า จากการที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ผ่านความเห็นชอบ แก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 7) เกี่ยวกับการเพิ่มโทษผู้ขับขี่ขณะเมาสุรา ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บบังคับตั้งแต่ 30 ธ.ค. การกำหนดโทษไม่ว่าจะมีโทษสูงตามลำดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ ไม่เหมือนกับกฎหมายเก่าที่ผ่านมา ไม่ว่าผู้ขับขี่รถจะเพียงแค่มีแอลกอฮอล์เกินกว่าปกติ หรือไปก่อเหตุชนคนตาย ก็มีโทษเท่ากัน คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลมีคำสั่งคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม 12-14 ชั่วโมง ถูกบันทึกคะแนน 40 คะแนน ยึดใบอนุญาตใบขับขี่ 15 วัน แต่กฎหมายใหม่จะมีโทษเรื่องการพักใช้ใบอนุญาตมาด้วยทุกครั้ง และจะพักยาวนานขึ้น และมีโทษมากขึ้นตามระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ และศาลอาจมีอำนาจตัดสินถึงขั้น เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เลยก็ได้ ซึ่งหมายถึงบุคคลนั้นจะไม่สามารถขับขี่รถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกต่อไป สำหรับคนที่มีอาชีพในการขับรถแล้วยิ่งต้องเพิ่มความตระหนักในเรื่องนี้ เพราะมิฉะนั้นก็คือ หมดหนทางทำมาหากินด้วยการขับรถเป็นการถาวร


 


เรียบเรียงข่าวจาก....เดลินิวส์ออนไลน์



บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

กฎหมายฉบับนี้ เพื่อนผู้ใช้แรงงานที่มีอาชีพในการขับรถ ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุก รถโดยสาร รถแท็กซี่ รถสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊กก็ตาม จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะหากยังฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็อาจตกงานอย่างถาวร หมดหนทางทำมาหากินได้โดยง่าย เพราะผลพวงอันเนื่องมาจากการดื่มสุรานำมาซึ่งความสูญเสียหลายๆอย่าง มาตรการต่างๆที่มีการผลักดันออกมาใช้เพื่อป้องกันมิให้ผู้ดื่มสุราแล้วมาขับรถ ของทางราชการมีทั้งการรณรงค์ในการป้องกันทางสื่อประชาสัมพันธ์และการบังคับใช้กฎหมาย ก็ยังไม่สามารถลดสถิติการตายและบาดเจ็บของประชาชนในช่วงที่มีเทศกาลรื่นเริง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบทลงโทษของกฎหมายยังไม่รุนแรง เช่น โทษปรับที่มีจำนวนไม่มากนัก ทำให้ผู้ที่จะกระทำความผิดไม่เกรงกลัว และบางคนยังท้าทาย เช่น การนัดออกมาแข่งรถในช่วงกลางคืน รวมทั้งมีการดื่มสุรากันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดังนั้น การที่สำนักตำรวจแห่งชาติได้เสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษผู้ขับขี่ที่เมาสุราขณะขับรถ จึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน

ผลกระทบ

การตายและการบาดเจ็บของประชาชนในช่วงที่มีเทศกาลอันเนื่องมาจากการขาดสติ จากการดื่มสุราแล้วมาขับรถ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย ทั้งทางเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพและปัญหาสังคมต่างๆ จากสถิติการแจ้งอุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มสุรานมึนเมาแล้วมาขับรถในปี 2550 มีจำนวน 46,899 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 671 ราย บาดเจ็บสาหัส 1,742 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 18,855 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 369.83 ล้านบาท (ข้อมูล : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) การกำหดโทษตามกฎหมายใหม่จะส่งผลดี ทำให้ผู้ที่จะกระทำผิด เกรงกลัว และไม่กล้ากระทำผิดซ้ำอีก

การป้องกันแก้ไข

การป้องกันปัญหา ดื่มสุราจนค่าแอลกอฮอล์เกินขนาดแล้วมาขับขี่รถ เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องเข้ามาสนใจและร่วมมือกันในการป้องกันเพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้น คนที่เดือดร้อนมักเป็นคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง บางคนต้องพิการไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ก่อปัญหามักจะเป็นวัยรุ่นที่ส่วนมาก พ่อแม่ผู้ปกครองจะปล่อย ตามใจ ขาดความสนใจดูแล และมักอ้างว่าไม่มีเวลาดูแล สิ่งที่วัยรุ่นเหล่านี้มักจะได้จากพ่อแม่ทดแทน คือ เงินที่จะซื้อหาหรือทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา แม้ทางราชการจะรณรงค์อย่างไรก็ตามจึงมักไร้ผล เพราะมีผู้คอยปกป้อง เมื่อทำผิดก็จะใช้อำนาจของตนเองเท่าที่มีอยู่พยายามช่วยเหลือจนเด็กเหล่านี้คิดว่า การทำผิดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จึงไม่เกรงกลัวและยิ่งหึกเหิมกระทำผิดมากขึ้น การที่กฎหมายครอบคลุมความผิดไปถึงผุ้ปกครอง พ่อแม่ที่ร่วมรู้เห็นส่งเสริมให้บุตรหลานกระทำความผิด จึงเป็นเรื่องที่จะช่วยเยียวยาสังคมได้อีกประการหนึ่ง การใช้ตัวบทกฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดที่ทำให้เกิดผลความรุนแรง เช่น ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือถึงแก่ชีวิต อย่างจริงจัง ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยยับยั้งให้ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดเกิดความเกรงกลัว ระงับยับยั้งใจไว้ได้ สำหรับผู้ใช้แรงงานส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุจากการดื่มสุราแล้วขับรถ ทางเจ้าของสถานประกอบการ และโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานจะต้องถือเป็นหน้าที่ในการที่จะต้องหาวิธีหรือมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในทำนองนี้ขึ้น จะต้องวางมาตรการด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถ ห้ามดื่มสุราก่อนทำงาน หรือพบว่ามีการฝ่าฝืนจะต้องลงโทษอย่างหนักเพื่อให้ไม่ทำผิดขึ้นอีก โทษตามกฎหมายใหม่ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 7) ที่แก้ไขใหม่ มีโทษดังนี้


            อัตราโทษผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา (ตรวจพบแอลกอฮออล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์)


            1. เมาแล้วขับ โทษ จำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับและพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ เพิกถอนใบอนุญาต


            2. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษ จำคุก 1-5 ปี และ ปรับ 20,000-100,000 บาท และ พักใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ เพิกถอนใบอนุญาต


            3. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โทษ จำคุก 2-6 ปี และ ปรับ 40,000-120,000 บาท และ พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ เพิกถอนใบอนุญาต


            4. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษ จำคุก 3-10 ปี ปรับ 60,000-200,000 บาท และ พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เพิกถอนใบอนุญาต


 


ข้อมูล : โทษตามกฎหมายใหม่ จาก น.ส.พ. เดลินิวส์


 


โดย..... คุณมานพ ชาญธวัชชัย  


    นักวิชาการอาวุโส


(อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)


 

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com