แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
ตั้งแท่นรัฐบาลใหม่รีดภาษีมลพิษ
ตั้งแท่นรัฐบาลใหม่รีดภาษีมลพิษ
สภาพแวดล้อม : อัพเดทเมื่อพุธ ที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค) ตั้งแท่นรัฐบาลใหม่รีดภาษีมลพิษ ประเดิมน้ำเสียลดงบประมาณ   ผู้อำนวยการ สศค. เปิดเผยว่า ภายในปี 2551 นี้ สศค. ได้ยกร่างกฎหมายเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและภาษีมลพิษทางน้ำ หรือภาษีสิ่งแวดล้อมเสร็จเรียบรอยแล้ว คาดว่าจะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาได้ภายในต้นปี 2551 โดยต้องยอมรับว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดในปี 2546 พบว่ามีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,000 ล้านบาท ดังนั้นการเร่งออกกฎหมายฉบับนี้ จะมีส่วนช่วยให้รัฐบาลลดค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมลง และยังเป็นไปตามกฎหมายสากลที่ใช้กันทั่วโลก ตามหลักการที่ว่า ใครก่อมลพิษก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยรยะแรกจะกำหนดให้เก็บภาษีมลพิษที่เกี่ยวช้องกับน้ำ ก่อนขยายไปสู่มลพิษทางอากาศ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ


                 การเก็บภาษีมลพิษทางน้ำจะจัดเก็บจากมลพิษ 2 ตัวคือ ค่าความสกปรกของน้ำหรือค่าบีโอดี และสารแขวนลอยหรือค่าทีเอสเอส ที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม 27 ประเภท เช่น น้ำตาล เยื่อกระดาษ เครื่องดื่มแอลกอฮอล ฟอกหนัง เป็นต้น


สำหรังการเก็บภาษีมลพิษทางน้ำจากค่าบีโอดีและทีเอสเอส จะมี 2 อัตราทั้งประเภทค่าธรรมเนียมแบบคงที่ ซึ่งเก็บจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ปล่อยมลพิษไม่เกิน 50 ตันต่อบีโอดีหรือทีเอสเอส เสียภาษีระดับ 1,000-3,000 บาทต่อตันมลพิษ โรงงานขนาด 50-500ตันต่อบีโอดีหรือทีเอสเอส เสียภาษี 3,000-10.000 บาท ส่วนโรงงานขนาดใหญ่สูงกว่า 500ตัน คิดค่าธรรมเนียมแบบแปรผันในอัตรา 2,500-10,000 บาทต่อตันมลพิษ


 


                                                            เรียบเรียงข่าวจาก.....เดลินิวส์ออนไลน์



บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

โรงงานอุตสาหกรรมนับเป็นต้นเหตุของการปล่อยมลพิษทางน้ำ โดยเฉพาในปี 2549 พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 36,361 แห่ง เป็นโรงงานที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำในระดับปานกลางถึงระดับสูง จำนวน 5,620  แห่ง คิดเป็นปริมาณน้ำเสียที่ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 304,581 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดีเท่ากับ 64,936 กิโลกรัมบีโอดีต่อวัน แยกเป็นปริมาณน้ำเสียและความสกปรกในรูปบีโอดีที่เกิดในแต่ละช่วงแม่น้ำดังนี้


เจ้าพระยาตอนบน มีโรงงาน 169  แห่งที่ก่อปัญหามลพิษ เกิดน้ำเสีย 9,144 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นควาสกปรกในรูปบีโอดีเท่ากับ 1,110 กิโลกรัมบีโอดีต่อวัน เกิดจากอุตสาหกรรมฆ่าสัตว์ อุตสาหกรรมอาหารจากแป้ง และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับน้ำนม สูงสุด 3 อันดับแรก 


เจ้าพระยาตอนกลาง มีโรงงาน 516 แห่งที่ก่อปัญหามลพิษ เกิดน้ำเสีย 27,939 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นความสกปรกในรูปบีโอดีเท่ากับ 19,063 กิโลกรัมบีโอดีต่อวัน เกิดจากอุตสาหกรรมห้องเย็น อุตสาหกรรมฆ่าสัตว์ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับพืชผักหรือผลไม้ สูงสุด 3 อันดับแรก


เจ้าพระยาตอนล่าง มีโรงงาน 4,935 แห่ง ที่ก่อให้เกิดน้ำเสีย 267,499 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นความสกปรกในรูปบีโอดีเท่ากับ 44,763 กิโลกรัมบีโอดีต่อวัน เกิดจากอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมห้องเย็น และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเมล็ดพืชหรือหัวพืช สูงสุด 3 อันดับแรก



ผลกระทบ
จากการปล่อยมลพิษน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แม่น้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา โดยคิดเป็นร้อยละ 10 ชองปริมาณความสกปรกที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากไม่มีการดำเนินการที่จะเป็นการลดและควบคุมปริมาณของเสียที่จะระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมจากปัจจุบัน คาดว่าคุณภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาจะเสื่อมลงไปกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในปี 2549 คุณภาพน้ำ (DO) ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะในช่วงแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างและตอนกลาง และหากกรณีการจัดการน้ำเน่าน้ำเสียดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คาดว่า อีก 5 ปี (2554) และ 10 ปี (2559) คุณภาพน้ำจะต่ำกว่ามาตรฐานลงเรื่อยๆารป้
การป้องกันแก้ไข

การดำเนินการของสำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค) ที่ยกร่างกฎหมายเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์หรือการจัดการสิ่งแวดล้อมและภาษีมลพิษทางน้ำ หรือภาษีสิ่งแวดล้อม นับเป็นการแก้ไขป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมได้ทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐลง โดยยึดถือหลักการสากลที่ว่า ใครก่อมลพิษก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้เกิดความตระหนักในการที่จะป้องกันการเกิดมลพิษจากโรงงานของตนเอง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ภาครัฐจะต้องมีมาตรการอย่างอื่นๆด้วย เช่น การออกนโยบายเพื่อควบคุมการตั้งหรือขยายโรงงานอุตสาหกรรมที่จะระบายน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำ ให้สอดคล้องกับความสามารถในการรองรับมลพิษของแม่น้ำ กำกับดูแล เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายให้โรงงานอุตสาหกรรมระบายน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำที่กำหนด ส่งเสริมเทคโนโลยีที่สะอาด เป็นต้น หากไม่รีบดำเนินการ แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญก็จะประสบปัญหาเรื่องคุณภาพของน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน และจะเกิดปัญหาต่อชุมชนที่ใช้น้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


























มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม




 



 



 





















































































































































ดัชนีคุณภาพน้ำ



ค่ามาตรฐาน



วิธีวิเคราะห์



1. ค่าความเป็นกรดและด่าง (pH value)



5.5-9.0



pH Meter



2. ค่าทีดีเอส (TDS หรือ Total Dissolved Solids)



  ไม่เกิน 3,000 มก/ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 5,000 มก./ล.


  น้ำทิ้งที่จะระบายลงแหล่งน้ำกร่อยที่มีค่าความเค็ม (Salinity) เกิน 2,000 มก./ล. หรือลงสู่ทะเลค่าทีดีเอสในน้ำทิ้งจะมีค่ามากกว่าค่าทีดีเอส ที่มีอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำทะเลได้ไม่เกิน 5,000 มก.ล.



ระเหยแห้งที่อุณหภูมิ 103-105oC เป็นเวลา 1 ชั่วโมง



3. สารแขวนลอย (Suspended Solids)



ไม่ เกิน 50 มก./ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม หรือประเภทของระบบบำบัดน้ำเสียตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่ เกิน 150 มก./ล.



กรองผ่านกระดาษกรองใยแก้ว (Glass Fiber Filter Disc)



4. อุณหภูมิ (Temperature)



ไม่เกิน 40°C



เครื่องวัดอุณหภูมิ วัดขณะทำการเก็บตัวอย่างน้ำ



5. สีหรือกลิ่น



ไม่เป็นที่พึงรังเกียจ



ไม่ได้กำหนด



6. ซัลไฟด์ (Sulfide as H2S)



ไม่เกิน 1.0 มก./ล.



Titrate



7. ไซยาไนด์ (Cyanide as HCN)



ไม่เกิน 0.2 มก./ล.



กลั่นและตามด้วยวิธี Pyridine Barbituric Acid



8. น้ำมันและไขมัน (Fat, Oil and Grease)



ไม่ เกิน 5.0 มก./ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือ ประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 15 มก./ล.



สกัดด้วยตัวทำละลาย แล้วแยกหาน้ำหนักของน้ำมันและไขมัน



9. ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)



ไม่เกิน 1.0 มก./ล.



Spectrophotometry



10. สารประกอบฟีนอล (Phenols)



ไม่เกิน 1.0 มก./ล.



กลั่นและตามด้วยวิธี 4-Aminoantipyrine



11. คลอรีนอิสระ (Free Chlorine)



ไม่เกิน 1.0 มก./ล.



lodometric Method



12. สารที่ใช้ป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์ (Pesticide)



ต้องตรวจไม่พบตามวิธีตรวจสอบที่กำหนด



Gas-Chromatography



13. ค่าบีโอดี (5 วันที่อุณหภูมิ 20 °C (Biochemical Oxygen Demand : BOD)



ไม่ เกิน 20 มก./ล. หรือแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 60 มก./ล.



Azide Modification ที่อุณหภูมิ 20°C เป็นเวลา 5 วัน



14. ค่าทีเคเอ็น (TKN หรือ Total Kjeldahl Nitrogen)



ไม่ เกิน 100 มก./ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 200 มก./ล.



Kjeldahl



15. ค่าซีโอดี (Chemical Oxygen Demand : COD)



ไม่ เกิน 120 มก./ล.หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 400 มก./ล.



Potassium Dichromate Digestion



16. โลหะหนัก (Heavy Metal)



 



 



  1. สังกะสี (Zn)



ไม่เกิน 5.0 มก./ล.



Atomic Absorption Spectro Photometry ชนิด Direct Aspiration หรือวิธี Plasma Emission Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plama : ICP



  2. โครเมียมชนิดเฮ็กซาวาเล้นท์

(Hexavalent Chromium)



ไม่เกิน 0.25 มก./ล.



  3. โครเมียมชนิดไตรวาเล้นท์

(Trivalent Chromium)



ไม่เกิน 0.75 มก./ล.



  4. ทองแดง (Cu)



ไม่เกิน 2.0 มก./ล.



  5. แคดเมียม (Cd)



ไม่เกิน 0.03 มก./ล



  6. แบเรียม (Ba)



ไม่เกิน 1.0 มก./ล



  7. ตะกั่ว (Pb)



ไม่เกิน 0.2 มก./ล.



  8. นิคเกิล (Ni)



ไม่เกิน 1.0 มก./ล.



  9. แมงกานีส (Mn)



ไม่เกิน 5.0 มก./ล.



  10. อาร์เซนิค (As)



ไม่เกิน 0.25 มก./ล.



Atomic Absorption Spectrophotometry ชนิด Hydride Generation หรือวิธี Plasma Emission Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plasma : ICP



  11. เซเลเนียม (Se)



ไม่เกิน 0.02 มก./ล.



  12. ปรอท (Hg)



ไม่เกิน 0.005 มก./ล.



Atomic Absorption Cold Vapour Techique



 



 











 



 



 



 


 















แหล่งที่มา



:



ประกาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม ลงวันที่ 3 มกราคม 2539 ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนที่ 13ง ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539





โดย.....คุณมานพ  ชาญธวัชชัย


                                                                                                Executive Consultant


 

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com