แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
โรคใหม่ ลีเจียนแนร์ ร้ายกว่าหวัด2009
โรคใหม่ ลีเจียนแนร์ ร้ายกว่าหวัด2009
อาชีวอนามัย : อัพเดทเมื่อศุกร์ ที่ 30 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555
นักวิชาการศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ เผยสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ในประเทศไทยว่า ขณะนี้ พบการแพร่ระบาดของโรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires' disease) เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงมากกว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยผู้ติดเชื้ออาจเสียชีวิตได้ในเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ โรคนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้ยาตัวใดรักษา โดยโรคดังกล่าวเกิดจากเชื้อลีจิโอเนลลาที่มากับชาวต่างชาติ แพร่ระบาดผ่านระบบปรับอากาศ(แอร์คอนดิชั่น) ระบบจ่ายน้ำร้อน-เย็น โดยเฉพาะตามโรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานที่ทำงานต่างๆ รวมถึงละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายจาก Cooling Tower สปา หรือสระน้ำ น้ำพุประดับ และสปริงเกอร์ในสวน ผู้ติดเชื้อจะมีอาการเป็นไข้คล้ายไข้หวัดใหญ่ คอแห้ง ไอแห้ง ปวด ศีรษะ ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ อาจมีอาการท้องเสียและอาเจียนตามมา ก่อนจะป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ ซึ่งผู้ที่มีอาการหนักอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว



       

       สำหรับกลุ่มเสี่ยงได้แก่ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยจะเกิดกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้ที่มีภูมิคุ้นกันอ่อนแออันเกิดจากมะเร็ง หรือเอชไอวี ผู้ที่ดื่มจัดหรือสูบบุหรี่จัด ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะเทียม โดยติดเชื้อได้ทั้งทางปากและลมหายใจ ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยว บุคคลากรในวงการท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจะมีโอกาสติดเชื้อได้มากที่สุด ซึ่งจากการวิจัยพบว่าพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้กำลังมีการแพร่ระบาดของโรคลีเจียนแนร์ โดยพบผู้ป่วยแล้วจำนวนหนึ่ง ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการโรงแรมในภาคเหนือเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ พร้อมกำชับให้ตรวจสอบทำความสะอาดระบบแอร์ ระบบจ่ายน้ำและระบบอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงทุกๆ 6 เดือนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ



 


จาก...ผู้จัดการออนไลน์




บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ
โรคลีเจียนแนร์ โรคนี้เป็นตัวอย่างของโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงวิถีความเป็นอยู่ของมนุษย์ คือ การใช้เครื่องปรับอากาศ  หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Legionella pneumophila การแพร่โรคเกิดจากการที่มีเชื้อแพร่กระจายอยู่ในอากาศแวดล้อม เชื้อพวกนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในที่อุณหภูมิสูง จึงมักจะพบเชื้อบ่อยๆ ที่ใกล้ๆ หอระบายความร้อน (cooling tower) ของเครื่องปรับอากาศชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ (water-cooled type) นอกจากนี้อาจพบได้ในแหล่งน้ำอื่นๆ  เช่น น้ำที่ระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ระบายน้ำร้อนออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออาจพบในดิน การติดต่อโดยการสูดหายใจเอาเชื้อเข้าไป ระยะฟักตัวของโรคจะใช้เวลาประมาณ๒ -๑๐ วัน

ผลกระทบ

ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอก ซึ่งเกิดจากการที ปอดอักเสบ บางรายมีอาการทางสมอง ซึม ชัก มีอาการของทางเดินอาหาร ได้แก่ ท้องเดินขณะที่ไอ เชื้อจะออกมาทางเสมหะ แต่ก็ยังไม่มีรายงานการติดโรคโดยตรวจจากผู้ป่วยโดยตรง การวินิจฉัยโรคทำได้โดยการตรวจร่างกายทางกายภาพ ตรวจภาพรังสีปอด และเพาะเชื้อจากเสมหะ บางรายมีอาการอ่อนคือ มีอาการคล้ายไข้หวัด ชันสูตรได้ว่าติดเชื้อนี้โดยปฏิกิริยาน้ำเหลือง ในกรณ๊เช่นนี้อาจเรียกชื่อว่า "ไข้ปอนติแอค" (Pontiac Fever) ถ้าผู้ป่วยมีอายุมากนัก มีอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ ถ้าเป็นโรคปอดอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะโรคปอดจากการสูบบุหรี คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง อาการของโรคมักจะมีความรุนแรงมากขึ้น

การป้องกันแก้ไข

ออกหลักเกณฑ์มาตรฐานหรือข้อปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานท้องถิ่นนำไปออกข้อปฏิบัติท้องถิ่นควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อลีจิโอเนลลาในหอหล่อเย็นของโรงแรม หรืออาคารต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย




  • การออกแบบ วัสดุที่ใช้ก่อสร้างต้องไม่สึกกร่อนง่าย ทำความสะอาดได้ง่าย มีแผงดักฝอยละออง มีรั้วหรือกำแพงล้อมรอบ มีอ่างรองรับน้ำในหอหล่อเย็น 

  •  ลักษณะสถานที่ติดตั้ง ต้องอยู่ห่างจากทางลมเข้า เพื่อระบายและหมุนเวียนอากาศในอาคาร บริเวณที่มีคนอาศัย และไม่ตั้งอยู่จุดที่ทิศทางลมจะพัดพาละอองน้ำไปสู่คน 

  • บำรุงรักษา ดูแลระบบหล่อเย็นอยู่เป็นประจำ 

  •  ทำความสะอาดต้องขัดล้างกำจัดตะกอน ตะกรัน และการทำลายเชื้อต้องกระทำตามความจำเป็นอย่างน้อย 1 ครั้งใน 6 เดือน

  • บำบัดคุณภาพน้ำ เพื่อควบคุมเชื้อลีจิโอเนลลาต้องป้องกันและลดปริมาณตะกรัน ตะกอน แบคทีเรียและจุลินทรีย์อื่นๆ โดยการเติมสารฆ่าเชื้อ (biocide) รวมถึงการใช้สารช่วยกระจายหรือสารเคมีที่ช่วยให้เกิดการรวมตัว(formulated chemicals)

  •  ใช้สารฆ่าเชื้อ ในหอหล่อเย็นต้องใช้อย่างน้อย 2 ชนิด โดยใส่สลับกันสัปดาห์ละครั้งเพื่อป้องกันอุบัติการณ์ดื้อสารเคมีของเชื้อ จุลินทรีย์

  • จัดทำแผนปฏิบัติการควบคุมโรคเมื่อเกิดการระบาดของโรคลีเจียนแนร์   เจ้าของอาคารหรือผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงแรมต้องทำการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขทราบทันที เพื่อทำการสอบสวนทางระบาดวิทยา

  •  เฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างน้ำ โดยทางการเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์หาเชื้อลีจิโอเนลลา อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือนต่อครั้ง

  • บุคคลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลบำรุงรักษา การบำบัดน้ำและการทำงานของระบบหล่อเย็นต้องผ่านการฝึกอบรมในการบำรุงรักษาหอหล่อเย็นให้ปราศจากเชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลา 

  •  การจัดทำแผนแก้ไขในกรณีตรวจพบเชื้อลีจิโอเนลลา ให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามระดับการปนเปื้อนของเชื้อ   ที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ข้อปฏิบัติการควบคุมเชื้อลีจิโอเนลลาที่ออกโดยกรมอนามัย


บางส่วนจาก :     เรื่อง       โรคเกิดจากแบคทีเรีย โดย นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ 


สรานุกรมไทย ฉบับเยาวชน เล่มที่ 24


เรื่อง     ลิจิโอเนลโลซีส (Legionellosis)  โรคที่มากับละอองน้ำ

            โดย      รศ. สัตถาพร  สิโรตมรัตน์   


                       
ภาควิชาจุลชีววิทยา  คณะเภสัชศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com