แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
เมืองตักสิลาเดินหน้าแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
เมืองตักสิลาเดินหน้าแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
สภาพแวดล้อม : อัพเดทเมื่อพฤหัสบดี ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

แม่น้ำชี เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในภาคอีสาน ประมาณ 765 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดจากภูเขาพญาฝ่อ ในเขต อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ไหลเรื่อยผ่านพื้นที่ของจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และลงแม่น้ำมูล ที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แต่ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ลำน้ำชี กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติเพราะน้ำถูกเปลี่ยนทางเดิน ตลิ่งพัง ต้นน้ำถูกทำลาย และเปื้อนสารเคมีในภาคเกษตรกรรม ชุมชนที่ลำน้ำไหลผ่านประสบกับภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก


ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า แม่น้ำชี เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาที่สำคัญที่สุดของจังหวัดมหาสารคาม ในฤดูแล้ง น้ำในแม่น้ำชีถูกเก็บกักด้วยฝายวังยาง ตั้งอยู่ในเขต ต.ท่าตูม อ.เมือง มหาสารคาม เก็บกักปริมาตร 34 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการตลอด ปี ในช่วงระยะที่ผ่านมาปรากฏว่า มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำในแม่น้ำชี อย่างกว้างขวาง และเกิดความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเพิ่มจำนวนประชากร สภาพทางเศรษฐกิจและทางสังคม รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินทั้งในภาคเกษตรกรรมบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำ ภาคอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการใช้ที่มิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว ส่งผลให้แม่น้ำชี ประสบปัญหาหลายประการ เช่น การกำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องโดยการทิ้งลงสู่แม่น้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี การปล่อยน้ำเสียจากชุมชนที่ไม่ผ่านการบำบัด เช่น ในพื้นที่เทศบาลตำบลขามเรียง ท่าขอนยาง และบางส่วนของเทศบาลเมืองมหาสารคาม การฟุ้งกระจายของตะกอนท้องน้ำจากการดูดทราย และเป็นสาเหตุของตลิ่งพัง ซึ่งขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ การเลี้ยงปลาในกระชัง ที่มีความหนาแน่นเกินกว่าที่ศักยภาพของแม่น้ำชีจะรองรับได้ เศษอาหารปลา และตะกอนของเสียจากกระชังปลา เป็นสิ่งปฏิกูลที่ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมสภาพลง


 แม่น้ำชี เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวอีสานมาอย่างช้านาน หากเน่าเสีย และใช้ประโยชน์ไม่ได้ คงไม่ต้องตั้งคำถามว่า ใครทำแต่หากทุกคนร่วมกันอนุรักษ์ และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีแล้ว เชื่อว่า แม่น้ำสายนี้จะเป็นเส้นเลือดที่ชุบเลี้ยงชีวิตชาวอีสานได้อย่างตลอดไป.


                                                                          ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์


บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

ตามรายงานข่าวสาเหตุน่าจะเกิดจากการขาดการบริหารจัดการหรือการวางแผนทางด้านสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับการขยายตัวของชุมชน

ผลกระทบ
ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย เสื่อมคุณภาพ  ระบบนิเวศน์วิทยาถูกทำลาย
การป้องกันแก้ไข

ต้องเน้นที่การป้องกันเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมไปมากกว่านี้ เช่น 




  1. ควบคุมการระบายน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และผลักดันให้เกิดการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียโดยมีโครงการติดตามตรวจสอบและควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม

  2.  ศึกษาแนวทางการนำน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กมีการจัดการน้ำเสียที่ถูกต้อง 

  3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีสะอาดหรือมาตรการป้องกันมลพิษ

  4.  พัฒนาไปสู่ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสากล 

  5. ควบคุมการใช้สารพิษโดยการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสานทางการเกษตรส่งเสริมและสนับสนุนการทำเกษตรอย่างถูกวิธีและการทำเกษตรอินทรีย์

  6.  ควรนำมาตรการทางกฎหมายที่มี อยู่มาใช้อย่างจริงจังในการดำเนินการกับผู้ก่อมลพิษ 

  7. ส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการใช้น้ำ .ให้มีส่วนร่วมทั้งทางด้านการกำหนดนโยบาย การให้ความเห็นชอบต่อแผนและโครงการต่างๆในลุ่มน้ำการบริหารโครงการ และการใช้กฎหมาย

  8.  การให้การศึกษากับเยาวชน และภาคประชาชนในการสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมในการป้องกันมลพิษ

    เนื่องจากมีผู้ใช้ประโยชน์มากแม่น้ำชีจำนวนมาก ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและชุมชน แต่ละฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการดูแลรักษาแม่น้ำให้มีคุณภาพดี ถ้าทุกฝ่ายรู้จักหน้าที่ของตนเองและให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังก็จะสามารถแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของแม่น้ำชีได้



 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com