แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
เผยพบปะการังฟอกขาวบางจุดในเกาะภูเก็ตตายแล้ว 5-20%
เผยพบปะการังฟอกขาวบางจุดในเกาะภูเก็ตตายแล้ว 5-20%
สภาพแวดล้อม : อัพเดทเมื่อพฤหัสบดี ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน ภูเก็ต ได้กล่าวถึงผลการสำรวจแนวปะการังในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ทั่วฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ว่า ขณะนี้นักวิชาการประมง สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน ภูเก็ตร่วมกันสำรวจแนวปะการังในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งฝั่งตะวันออก-ฝั่งตะวันตก และเกาะบริวารแล้ว อาทิ แนวปะการังเกาะแอล เกาะเฮ เกาะโหลน เกาะตะเภาใหญ่ เกาะตะเภาน้อย เกาะสิเหร่ พบว่า แนวปะการังเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวที่แตกต่างกันไป บางจุดเกิดน้อย บางจุดเกิดมากขึ้นอยู่กับความตื้นลึกของแนวปะการัง รวมทั้งความอ่อนไหวของชนิดปะการัง ซึ่งบางจุดในระดับน้ำลึกเดียวกัน แต่การฟอกขาวต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดปะการัง ซึ่งปะการังที่มีการฟอกขาวมากในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีปะการังถ้วยสมอง ปะการังดอกเห็ด ปะการังบูมเมอแรง ซึ่งแตกต่างกับการเปิดปรากฏการณ์ฟอกขาวครั้ง ที่ผ่านมาที่พบว่าปะการังเขากวางมีการฟอกขาวมากที่สุด นายนิพนธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการฟอกขาวของปะการังในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80-90% โดยปะการังที่เกิดการฟอกขาวมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นปะการังน้ำตื้นไปจนถึงแนวปะการังที่มีความลึกของน้ำทะเลประมาณ 10 เมตร ถ้าลึกลงไปมากกว่านั้น ยังพบการฟอกขาวน้อยมากมากแห่งยังไม่มีปรากฏการณ์ฟอกขาว นอกจากนั้น ในการสำรวจปะการังฟอกขาว พบว่า ขณะนี้บางจุด อาทิ เกาะตะเภาใหญ่ เกาะตะเภาน้อย และ เกาะสิเหร่ ซึ่งเป็นแนวปะการังน้ำตื้น พบว่า มีปะการังฟอกขาวตายแล้วประมาณ 20% ส่วนจุดอื่นอยู่ที่ประมาณ 5-10 % อย่างไรก็ตาม ถ้าอากาศยังเป็นแบบนี้เชื่อว่าโอกาสที่ปะการังฟอกขาวจะตายมีเพิ่มมากขึ้น เพราะอุณหภูมิน้ำตอนนี้ยังคงที่แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาแล้วก็ตาม ส่วนโอกาสการฟื้นตัวของปะการังฟอกขาวนั้น นายนิพนธ์ กล่าวว่า อาจจะต้องใช้เวลา 2 ปี ขึ้นไปขึ้นอยู่กับสภาพปะการัง สภาพน้ำและอื่นๆ เพราะการฟื้นตัวของปะการังนั้นต้องใช้เวลานานเป็นร้อยปีกว่าจะได้ปะการังขนาดใหญ่ อาทิ ปะการังสมองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เมตร ต้องใช้เวลาประมาณ 400-500 ปีถึงจะโตได้ขนาดดังกล่าว ซึ่งปะการังขนาดดังกล่าวต้องผ่านการฟอกขาวมาแล้วหลายครั้งอย่างแน่นอน


                                      เรียบเรียงข่าวจาก......ASTV ผู้จัดการรายวัน


บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

สาเหตุใหญ่เกิดาจากการที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย 

         ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว (Bleaching phenomenon) คือปรากฎการณ์ที่ แนวปะการังที่ซีดขาวไร้สีสันไร้สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อาศัยอยู่โดยรอบ ให้ความรู้สึกวังเวง ไม่มีชีวิตชีวา 

         ปะการังคือสัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากตามซอกตามรูของหินปูนแต่ละก้อนที่สร้างขึ้นมา ภายในเนื้อเยื่อของปะการังก็จะมีสาหร่ายเซลล์เดียวชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้จะมีรงควัตถุที่ช่วยสร้างสีสันให้กับปะการังนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการสังเคราะห์แสงให้พลังงานแก่ปะการังอีกด้วย ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเกิดจากการที่ปะการังสูญเสียสาหร่ายชนิดนี้ไปจากการที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นสาหร่ายเซลล์เดียวชนิดดังกล่าวจึงมีการผลิตออกซิเจนในปริมาณมากเกินไปจนทำให้ออกซิเจนเหล่านั้นเป็นพิษต่อปะการัง ด้วยเหตุนี้ปะการังจึงต้องปรับตัวโดยการขับสาหร่ายออกมาเพื่อลดปริมาณออกซิเจนนั่นเอง และนั่นเท่ากับว่าปะการังได้สูญเสียรงควัตถุที่จะสร้างสีสันให้ ทำให้เกิดการซีดขาว รวมทั้งส่งผลให้ไม่มีพลังงานที่ได้จากการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายเช่นเดิม ทำให้ปะการังตายลง

ผลกระทบ

ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศแนวปะการังทั้งระบบ เมื่อระบบนิเวศเสียไปสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ก็ย่อมเสียหายไปด้วยเช่นกัน อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลาที่เคยอาศัยอยู่ตามซอกแนวปะการังก็จะไร้ที่อาศัย ไม่มีแหล่งอาหาร ทำให้ต้องย้ายที่อยู่ หรือบางส่วนที่ปรับตัวไม่ทันก็ต้องตายลง ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่ามนุษย์เราได้สูญเสียสัตว์เศรษฐกิจไปด้ว

การป้องกันแก้ไข

แม้ว่าสาเหตุของการเกิดปะการังฟอกขาวจะมาจากธรรมชาติโดยตรง แต่ถ้าพิจารณาดูให้ดีแล้วจะพบว่าแท้จริงมาจากการทำลายของมนุษย์ทางอ้อมนั่นเอง กล่าวคือหากมนุษย์ไม่ทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น อุณหภูมิน้ำทะเลก็ย่อมปกติ แล้วก็จะไม่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวตามมา ถึงแม้ว่าขณะนี้ปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงและขยายบริเวณกว้างมากแล้วก็ตาม แต่คงยังไม่สายไปที่เราจะช่วยกันดูแลส่วนที่ยังพอเหลืออยู่ให้มีสภาพที่สมบูรณ์ต่อไปได้ ตราบใดที่เราร่วมมือกันอย่างจริงจังคนละไม้คนละมือ



ที่มา: ปัญหาปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว,

         ธัญญลักษณ์ เหล็กพิมาย
, สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com