แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
เตือนใช้ “คอมพ์” นาน เสี่ยงโรคใหม่ “ซีวีเอส”
เตือนใช้ “คอมพ์” นาน เสี่ยงโรคใหม่ “ซีวีเอส”
อาชีวอนามัย : อัพเดทเมื่อพฤหัสบดี ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555
เตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เสี่ยงโรคสมัยใหม่ โรคซีวีเอสทำให้เกิดอาการทางสายตาและอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ ผลวิจัยพบเด็กใช้ คอมนานเกิน 25 นาที สายตาสั้นเพิ่มร้อยละ 30 ส่วนผู้ใหญ่อาจทำให้ไหล่ คอเดี้ยงได้  แนะการป้องกัน ควรพักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที ใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม ปรับความถี่คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิรตซ์



        ผลจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เกิดอาการที่เรียกว่า ซีวีเอส (CVS:Computer Vision Syndrome) ซึ่งมี 2 กลุ่มอาการใหญ่ๆ กระทบต่อการทำงานของอวัยวะ ได้แก่ ตา เนื่องจากใช้มองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกซึ่งจะเกี่ยวกับท่านั่งขณะใช้คอมพิวเตอร์ ในกลุ่มหลังนี้ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีที่มีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ เช่น โรคข้อ ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น หากใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธี ก็จะมีปัญหาทั้งสายตาและมีอาการปวดไหล่ ปวดคอมากขึ้น

       
การจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีผลต่อระบบของการกรอกตา ระบบกล้ามเนื้อและประสาท ซึ่งจะเกิดหลังจากใช้สายตานานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการดวงตาล้า ดวงตาตึงเครียด ตาช้ำ ตาแดง แสบตา การมองเห็นภาพไม่ชัดอยู่ในลักษณะภาพมัวๆ น้ำตาไหลมาก ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่และหลัง

       ใ
นการป้องกันปัญหาทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ แนะนำว่าควรกระพริบตาบ่อยๆ พักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที หรือ 30 นาที พัก 10 นาที ถ้าหากจำเป็นอย่างน้อย 25 นาทีก็ควรพัก 1 ครั้ง หรือใช้วิธีมองวิวนอกหน้าต่าง มุมห้อง หรือไปเดินเล่น ถ้าจะให้ดี การงีบหลับบนโต๊ะทำงานหลังอาหารเที่ยงประมาณ 15 นาที จะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในเวลาทำงาน และควรใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม แว่นที่แนะนำให้ใช้ ควรใช้แว่นตาชั้นเดียว ชนิดใช้เลนส์เคลือบสารป้องกันการสะท้อนของแสง และป้องกันรังสีคลื่นแม่เหล็กด้วย ” 

       หลังจากมีอาการเมื่อยล้า ปวดหัว ซึ่งเกิดจากการเครียด ปวดที่ไหล่ ข้อมือ หลัง ขา ซึ่งเป็นอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ ต้องไปพบแพทย์ การรักษาจะต้องใช้เวลานานเป็นลูกโซ่ต่อเนื่อง บางรายอาจต้องใช้ยากิน ยาหยอดตา เช่น น้ำตาเทียม บางรายต้องใช้กายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย


       วิธีการป้องกันอาการที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุด คือ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากตาประมาณ 20-26 นิ้ว วางคีย์บอร์ดและเมาท์ให้อยู่ต่ำกว่าศอก แสงไฟไม่ควรส่องจากด้านหลัง และที่สำคัญ ไม่ควรส่องเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ การปรับคอมพิวเตอร์ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างเท่ากับความสว่างของห้อง ปรับความถี่ของคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ต หรือปรับให้สูงสุดเท่าที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยังรู้สึกสบายตา การใช้ตัวหนังสือควรใช้ตัวหนังสือสีดำบนพื้นสีขาว ใช้แผ่นกรองแสง และดูแลหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้มีฝุ่นเกาะติด เพื่อทำให้การมองเห็นชัดเจน


                                                       เรียบเรียงข่าวจาก........ผู้จัดการออนไลน์




บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

โรคนี้เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี สาเหตุของโรคหลัก ๆ เกิดจาก การจ้องหรือเพ่งคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่พักสายตา เปลียนอิริยาบทหรือท่าทางในการทำงาน 

ผลกระทบ
1.       ส่งผลกระทบต่อระบบการมองเห็น ได้แก่ ดวงตา  ทำให้เกิดอาการ เมื่อยตา สายตาเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ คลื่นไส้ เป็นต้น โดยพบว่าอาการที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อยตา ตาแห้ง ถ้าอาการเป็นมากยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสายตาเสื่อมลงด้วย

2.       ส่งผลกระทบทางอ้อมที่มีต่อระบบประสาทจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์ แม้ว่ารังสีชนิดต่างๆจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีความปลอดภัยก็ตาม แต่หากรับการแผ่รังสีเป็นเวลานาน ก็อาจจะส่งผลกระทบถึงระบบประสาทของมนุษย์ได้เช่นกัน จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อึดอัด และนอนไม่หลับ เป็นต้น

3.       การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ยังอาจทำให้บางคนเจ็บปวดกล้ามเนื้อ เฉพาะส่วนไหล่ และส่วนกระดูกคอ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบนอนทำงาน เพราะมุมเงยของคอจะมากขึ้นทำให้ปวดและต้องเกร็งกล้ามเนื้อและเอ็นที่ยึดกระดูกสันหลัง ซึ่งทำให้ปวดและเมื่อยล้าง่ายโดยเฉพาะหากทำงานแบบนี้เป็นกิจวัตรก็อาจมีผลต่อกระดูกและกล้ามเนื้อคอในระยะยาวได้

4.       โรคลิ่มเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดดำ มีงานวิจัยที่ประเทศนิวซีแลนด์พบว่า การนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมง อาจทำให้เลือดแข็งตัวเป็นก้อนลิ่ม และอาจอันตรายถึงชีวิตได้ แม้คนไทยเองจะมีอุบัติการโรคนี้ไม่สูงมากก็ตาม ลักษณะจะคล้าย ๆ กับการเกิดอาการที่เรียกว่า DVT (Deep-Vein Thrombosis) ซึ่งเกิดจากการนั่งเครื่องบินในระยะทางไกลๆ โดยเฉพาะชั้นที่นั่งราคาประหยัด

5.      มีรายงานสนับสนุนหลายการศึกษาก่อนหน้านี้ว่า การใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆนั้นทำให้เกิดกลุ่มอาการ Carpal Tunnel Syndrome หรือ CTS โดยเชื่อว่าเป็นการเกิดจากกลไก repetitive stress injuries  ซึ่งเป็นการบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อจากการ ทำงานซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อและอ็นในบริเวณที่ใช้งาน
การป้องกันแก้ไข

1.       พักผ่อนสายตาเป็นระยะ ๆ อย่างเหมาะสม เช่น เมื่อทำงานได้ 1-2 ชั่วโมง ก็ควรหยุดพักผ่อนสัก 10-15 นาที โดยจะหลับตาพักผ่อน หรือจะมองต้นไม้ ที่มีสีเขียวทางไกลๆ  บังคับให้ตัวเองกระพริบตาบ่อย ๆ ในขณะใช้คอมพิวเตอร์

2.       บริหารดวงตาเพื่อคลายความตึงเครียด ด้วยการกลอกตาไปรอบๆ เป็นวงกลม สัก 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางทั้ง 2 นิ้ว แตะที่หัวตาแต่ละข้าง คลึงเบาๆ แบบกดจุดนาน 1-2 วินาที

3.       ตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากระดับสายตาราว 20-24 นิ้ว โดยจัดวางให้ระดับจอต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อยเพื่อลดการตกของจุดรวมแสง  ปรับระดับแสงของจอให้เหมาะสมไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป

4.       จัดท่านั่งที่ถูกต้องเวลาใช้คอมพิวเตอร์ เช่น เวลาพิมพ์ ข้อศอกกับคีย์บอร์ดควรอยู่ในระดับเดียวกัน เท้าสองข้างวางเรียบๆ บนพื้น นั่งตัวตรง ในขณะที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ระวังท่าทางการใช้ โดยพยายามอย่าให้ข้อมือเกิดการโก่งต้องโค้งผิดปกติ มุมของจอมอนิเตอร์ควรจะอยู่ในระดับเดียวกับสายตาของเรา หรือต่ำกว่าเล็กน้อย อย่าให้ต้องก้มหรือเงยหน้า เพื่อมองจอ ควรเลือกใช้ตัวอักษรสีดำบนพื้นสีขาวเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นสีเข้มและขนาดของตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอ ควรจะมีขนาดอย่างน้อยใหญ่เป็น 3 เท่าของตัวอักษรที่เล็กที่สุดที่คุณสามารถอ่านได้

5.       ลุกขึ้นหรือขยับตัวหรือออกกำลังกายเพื่อคลายความเมื่อยล้าของกล้ามการนวดไหล่ ดัดคอ หรือยืดแขน เนื้อเป็นระยะ เช่น การกำมือและคลายมือ



ที่มา:      บางส่วนจากบทความ “มารู้จักโรค CVS & CTS โรคคอมพิวเตอร์ โรคใหม่ที่ควรรู้จัก”


              อ.นพ.ศักดา อาจองค์, อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com