แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
กระบะยางระเบิด ตาย3เจ็บ2 เด็กเดือนกว่าสังเวย
กระบะยางระเบิด ตาย3เจ็บ2 เด็กเดือนกว่าสังเวย
ความปลอดภัย : อัพเดทเมื่อพฤหัสบดี ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

หนุ่มใหญ่ควบกระบะพาครอบครัวกลับบ้าน แต่ยางระเบิด ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ฟาดรั้วกั้นเต็มแรง คนในรถกระเด็นคนละทาง พบตาย 3 เจ็บ 2 น่าเศร้า เด็กอายุเดือนเศษร่างเละ หญิงตั้งครรภ์เจ็บ...


จากการสอบสวนนายโสภณ ลพพึ่งชู อายุ 45 ปี คนขับรถกระบะคันที่เกิดเหตุให้การว่า ตนพร้อมครอบครัวและญาติๆ เดินทางกลับมาจากจ.อุทัยธานี เพื่อจะกลับยังบ้านพักที่จ.สมุทรปราการ ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณสะพานข้ามคลองสาม ก่อนลงสะพาน อยู่ดีๆ ยางหลังด้านขวาเกิดระเบิด ขณะที่วิ่งมาทางด้านขวาสุด ทำให้รถเสียหลัก หมุนลงข้างทางด้านซ้าย พร้อมทั้งรถได้พุ่งชนตาข่ายเหล็ก และพลิกคว่ำหลายตลบ ก่อนตกลงร่องถนนข้างทาง ทำให้ญาติที่นั่งมาด้วยกันทั้งหมด 7 คน กระเด็นออกไปคนละทิศละทาง จนทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว






เรียบเรียงข่าวจาก.......ไทยรัฐออนไลน์


 


บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

ตามรายงานข่าวสาเหตุเกิดจากยางด้านหลังขวาเกิดระเบิดขณะขับ


 สาเหตุที่ทำให้ยางระเบิดขณะขับรถ มีดังนี้



  • ยางหมดอายุการใช้งาน  เช่น  แก้มยางมีรอยแตกลายงา  บวม  ฉีกขาด  ดอกยางหมดสภาพ  เป็นต้น

  • ยางเก่าเก็บ

  • ขับรถโดยใช้ความเร็วเกินพิกัดยางที่กำหนดไว้

  • บรรทุกน้ำหนักเกินค่ากำหนด

  • สูบลมยางไม่ถูกต้อง

  • เปลี่ยนยางใหม่แต่ใช้จุ๊บเติมลมอันเก่า

  • ยางร้อนจัดเนื่องมาจากเบรกติดที่ล้อใดล้อหนึ่ง  กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้รถได้

  • ผู้ขับขี่ซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาใส่

  • เลือกใช้ยางไม่ถูกขนาด  เช่น  เอายางรถเก๋งมาใส่รถปิกอัป  เป็นต้น

  • แก้มยางเสียดสีกับขอบถนน



    อาการเตือนก่อนที่ยางจะระเบิด

    ขณะที่ขับรถอยู่  ถ้าปรากฏว่าพวงมาลัยสั่นสะเทือนผิดปกติและบังคับรถได้ยากโดยเฉพาะในขณะเลี้ยว  ทั้ง ๆ  ที่ไม่มีปัญหาเรื่องถ่วงล้อและศูนย์ล้อหน้าก็เป็นปกติ  ลูกหมากไม่หลวม  ขณะขับมาตอนแรก ๆ  พวงมาลัยไม่สั่น  อาการนี้เป็นสิ่งบอกเหตุว่ายางรถยนต์เริ่มบวมพร้อมจะระเบิดแล้ว  ควรชะลอความเร็วและจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย  ลงจากรถ  แล้วรีบตรวจสภาพยางทันที  ซึ่งโดยส่วนมากจะพบว่ายางร้อนจัดและบวมเนื่องจากเสื่อมสภาพ

ผลกระทบ
ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและบางรายเสียชีวิต  
การป้องกันแก้ไข

เพื่อความไม่ประมาท ก่อนนำรถออกใช้งานจึงควรตรวจสภาพของยางทุกเส้นว่าพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่  ถ้าพบว่าผิดปกติก็ขอให้แก้ไขเสียก่อน  


อาการเบื้องต้นของยางที่เสื่อมสภาพมีดังนี้



  • ลมอ่อนบ่อย ๆ  โดยไม่พบรอยรั่ว

  • มีอาการบวมที่แก้มยางหรือหน้ายาง

  • เบรกรถที่ควรต่ำ  ยางมีเสียงดังคล้ายการเบรกอย่างรุนแรง

  • ขณะเลี้ยวโค้งที่ความเร็วต่ำ  ยางมีเสียงดัง

  • พวงมาลัยหรือตัวรถมีอาการสั่น  ทั้ง ๆ ที่ได้ทำการถ่วงล้อมาแล้ว  และโช็กอัพไม่เสีย


ถ้าพบอาการดังกล่าวข้างต้นควรเปลี่ยนยางใหม่จะปลอดภัยกว่า




เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้


§         มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง


§         ถอนคันเร่งออก


§         ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง


§         แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่า จะทำให้รถหมุน


§         ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัวและจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา


§         ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน


§         เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ


§         เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนอง ตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้ามอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ   หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิด ขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้



ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว (ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง


 


ที่มา :   www.factorlube.com

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com