แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
แบบ ธพ.ฟ.2ร.3 รายละเอียดต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย ประจำเด ...
แบบ ธพ.ฟ.2ร.2 รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประจำ ...
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง ...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา ...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 
 
UNEP ชี้แหล่งน้ำปนเปื้อนและมลพิษทางน้ำคร่าชีวิตประชาชนมากกว่าสงคราม
UNEP ชี้แหล่งน้ำปนเปื้อนและมลพิษทางน้ำคร่าชีวิตประชาชนมากกว่าสงคราม
สภาพแวดล้อม : อัพเดทเมื่อพฤหัสบดี ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555

รายงานซึ่งจัดทำโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า น้ำที่ปนเปื้อนและมีมลพิษนั้นคร่าชีวิตประชาชนมากกว่าความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมถึงสงคราม พร้อมกับเรียกร้องให้นานาประเทศเปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นแหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม


ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 นั้น โลกต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพของน้ำซึ่งเกิดขึ้นเพราะจำนวนประชากรที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรม กระบวนการผลิตอาหาร มาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูงขึ้น รวมทั้งยุทธศาสตร์การใช้น้ำที่จัดว่าอยู่ในระดับที่แย่ ดังนั้น การบริหารน้ำทิ้งหรือน้ำเสียจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารที่ตั้งอยู่บนระบบนิเวศน์และแบบองค์รวมที่ควรจะมีอยู่ในทุกภูมิภาค ซึ่งรวมถึงน้ำจืดและน้ำทะเล


 


จาก.....สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) อังคารที่ 23 มีนาคม 2553


บทวิเคราะห์ข่าว
สาเหตุ

สาเหตุน่าจะเกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไม่สอดคล้องกับการขยายตัวทางภาคอุตสาหกรรม และการเพื่มจำนวนของประชากร

ผลกระทบ

อันตรายจากสารปนเปื้อนในน้ำ ถือเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ เพราะน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตรองจากอากาศ เนื่องจากในร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ร้อยละ 50-75 ของน้ำหนักตัว และทุกๆ เซลล้วนมีน้ำเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น น้ำทำหน้าที่หลายอย่างในกระบวนการทำงานของร่างกายเช่น ช่วยย่อยและดูดซึมอาหารรวมทั้งของเสียไปตามกระแสเลือด ช่วยให้ปฏิกิริยาทางเคมีและการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นไปตามปกติ ช่วยหล่อลื่นและรับการเคลื่อนไหวของเอ็น ข้อต่อต่างๆ ช่วยให้ผิวพรรณสดชื่น ช่วยในการสะสมอาหาร และช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้เหมาะสม ด้วยเหตุนี้น้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคจึงควรเป็นน้ำที่สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย สารปนเปื้อนที่เป็นปัญหาในน้ำ อาจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้      

1.  สารเคมี
ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรมและในชีวิตประจำวันของมนุษย์ มีการใช้กันอย่างแพร่หลายและในปริมาณที่สูงมากขึ้นทุกวัน ทำให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เมื่อมีการนำน้ำจากแหล่งดังกล่าวมาใช้ จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แบ่งออกได้เป็น



  • สารก่อมะเร็ง สารเคมีส่วนใหญ่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโดยจะกระตุ้นให้เกิดเซลมะเร็งในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ สารก่อมะเร็งได้แก่ กลุ่ม aromatic amines กลุ่ม aromatic nitro compounds กลุ่ม polycyclic aromatic hydrocarbons กลุ่ม heterocycles กลุ่ม dyes และกลุ่ม hydrazines

  • สารเคมีที่มีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ซึ่งพบได้บ่อยและใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคเกษตรกรรมทำให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เช่น สารฆ่าหญ้า สารฆ่าแมลง สารเคมีเหล่านี้จะขัดขวางระบบสืบพันธุ์และระบบเผาผลาญอาหารของมนุษย์ โดยเฉพาะดีดีที เป็นสารเคมีที่มีครึ่งชีวิต(half-life)ยาวมาก จึงตกค้างอยู่นานโดยไม่เสื่อมสภาพ การที่มนุษย์ดื่มน้ำที่มีดีดีทีปนเปื้อนเข้าไปจะได้รับสารเคมีในรูป xenoestrogen ทำให้มีผลกระทบต่อฮอร์โมนจนเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศของผู้ชาย

  • สารเคมีที่มาจากอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมักจะปล่อยออกมาปนเปื้อนกับแหล่งน้ำดิบ และบางครั้งจะมีการเติมสารเคมีบางชนิดลงในน้ำด้วย เช่น คลอรีน เป็นของเหลวสีน้ำตาลเหลืองหรือเป็นก๊าซสีเหลืองเขียวมีกลิ่นฉุน และเป็นพิษ ใช้ในการผลิตสารเคมีต่างๆ เช่น กรดเกลือ สารคลอรีน สารฆ่าแมลง สารทำความเย็น พลาสติก และสารฆ่าเชื้อโรคเป็นต้น แต่ถ้ามีคลอรีนตกค้างในน้ำดื่ม รวมทั้งคลอรีนที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในน้ำจะทำให้เกิดสาร trihalomethanes หรือ trichloroethane ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง สามารถทำลายตับ ไต และก่อให้เกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ หรือกระเพาะปัสสาวะ ส่วนคลอรีนที่ตกค้างในน้ำสำหรับอาบเช่นการแช่น้ำในอ่างอาบน้ำหรือว่ายน้ำในสระน้ำที่ใส่คลอรีนซึ่งมักเติมคลอรีนที่มีความเข้มข้นสูงกว่ามาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าถ้าอาบน้ำที่มีคลอรีนนาน 15 นาที จะได้รับสารเคมีผ่านเข้าทางผิวหนังและทางการหายใจ มีจำนวนเกือบเท่ากับการดื่มน้ำที่มีคลอรีนปนเปื้อนอยู่ปริมาณ 2 ลิตร สารเคมีที่อยากกล่าวถึงอีกคือ ฟลูออไรด์ เป็นสารประกอบที่ได้จากฟลูออรีน พบในธรรมชาติทั่วไป และได้มีการนำฟลูออไรด์มาใช้มากมายในวงการแพทย์ ทันตแพทย์ เช่น การเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่มเพื่อป้องกันฟันผุ และในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมถลุงเหล็ก อะลูมิเนียม ตะกั่ว ทองแดง แต่บางครั้งพบว่ามีการปนเปื้อนของฟลูออไรด์ในน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินจากโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ การดื่มน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูงอาจเกิดอันตรายได้ ถ้าปริมาณฟลูออไรด์มีมากถึงระดับที่เป็นพิษ คือ ฟลูออไรด์ 1 ส่วนในล้านส่วน จะทำให้เกิดจุดด่างขาวบนฟัน ฟลูออไรด์มากกว่า 2.5 ส่วนในล้านส่วน จะทำให้เกิดจุดสีน้ำตาลในฟันและเคลือบฟันเป็นสีเข้ม ฟลูออไรด์ตั้งแต่ 10 ส่วนในล้านส่วน จะทำให้กระดูกคดงอ กล้ามเนื้ออ่อนแอ มีการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกสันหลังอาจกลายเป็นคนพิการได้


2.   โลหะหนัก ส่วนใหญ่มีคุณสมบัติทางกายภาพคล้ายคลึงกัน แต่คุณสมบัติทางเคมีแตกต่างกันมากตามชนิดของโลหะนั้น จึงมีผลทำให้ความเป็นพิษที่เกิดกับสิ่งมีชีวิตต่างกัน ซึ่งสิ่งมีชีวิตจะตอบสนองต่อพิษได้หลายแบบ โลหะหนักมีผลต่อพฤติกรรมในระดับเซล 5 แบบคือ ทำให้เซลตาย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของเซล เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิด และทำความเสียหายต่อโครโมโซม โลหะหนักที่มักพบในน้ำดื่มได้แก่ ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ซึ่งจะกล่าวถึงความเป็นพิษของโลหะแต่ละชนิดดังนี้



  • ตะกั่ว เป็นโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำมากที่สุด เมื่อเข้าไปสะสมในร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดท้อง ท้องอืด เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกและข้อ ความดันโลหิตสูง โลหิตจาง ความจำเสื่อม ภูมิต้านทานลดลง และขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกาย

  • ปรอท ถ้าไปสะสมที่อวัยวะใดจะทำให้อวัยวะนั้นพิการ ที่พบบ่อยที่สุดคือที่สมองและไขสันหลัง ซึ่งจะทำให้เปลือกหุ้มเส้นประสาทชำรุด ทำให้อ่อนเพลียบริเวณแขนขาและใบหน้า เห็นภาพซ้อน ปัสสาวะลำบาก ถ้าเป็นในเด็กจะทำให้ปัญญาอ่อน สมาธิไม่ดี หงุดหงิด อาการปรอทเป็นพิษที่พบเสมอคือปวดข้อ ข้ออักเสบ ปวดท้อง อาการทางหัวใจ สมองเสื่อมและเป็นโรคภูมิแพ้

  • แคดเมียม ถ้าไปสะสมในร่างกายจะมีความเสี่ยงต่อภาวะไตวาย ความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากบวม ผิวหนังอักเสบ ปวดข้อ เบื่ออาหาร ความจำเสื่อม และมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ในที่สุด

    นอกจากสารปนเปื้อนในน้ำแล้วยังมีสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งแบ่งเป็น
    5 กลุ่มดังนี้

    • แบคทีเรีย ทำให้เกิดโรคกับมนุษย์มากที่สุด เช่น อหิวาตกโรค โรคบิด โรคไข้รากสาดน้อย โรคไข้รากสาดใหญ่ เป็นต้น

    • ไวรัส ที่มีอยู่ในน้ำและโรคติดต่อมนุษย์ เช่น โรคตับอักเสบ โรคโปลิโอ เป็นต้น

    •  พยาธิ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์มีหลายชนิด ได้แก่ พยาธิใบไม้ พยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน และพยาธิตัวตืด

    • โปรโตซัว ในน้ำมีโปรโตซัวหลายชนิดอยู่ตามธรรมชาติ รวมทั้งโปรโตซัวที่ทำให้เกิดโรคบิดด้วย

    • สาหร่าย น้ำที่มีสาหร่ายมากจะทำให้เกิดปัญหาเรื่อง รส กลิ่น และสีของน้ำ




ที่มา: อังสนา ฉั่วสุวรรณ์     โครงการเคมี กรมวิทยาศาสตร์บริการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การป้องกันแก้ไข

ภาครัฐ


1.                   กำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ


2.                   ควบคุมภาวะมลพิษจากแหล่งกำเนิดประเภทต่างๆ ได้แก่ ชุมชนและอุตสาหกรรม โดยการควบคุมน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐาน และ กำหนดแผนงานที่ชัดเจนในการติดตาม และตรวจสอบคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำอย่างสม่ำเสมอ


3.                   ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง


4.                   รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับความรู้และเกิดจิตสำนึกเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะมลพิษทางน้ำอย่างต่อเนื่อง


5.                   ส่งเสริม หรือสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีหรือการผลิตที่สะอาดและนำของเสียไปใช้ให้เกิดประโยชน์


ภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรม


1                     ไม่ทิ้งของเสียลงสู่แหล่งน้ำ และทางระบายน้ำสาธารณะ


2                     บำบัดน้ำเสียขั้นต้น ก่อนระบายลงแหล่งน้ำหรือท่อระบายน้ำ


3                     ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำ และลดปริมาณขยะในบ้านเรือน


4                     ลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช ในกิจกรรมทางการเกษตร

หรือสารเคมีที่ใช้ในบ้านเรือน


5                     เลือกใช้วัสดุหรือสินค้าที่ไม่ก่อให้เกิดมลมิษทางน้ำ


6                     หาแนวทางนำน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์


7                     สำรวจเพื่อลดปริมาณน้ำเสียของแต่ละขั้นตอนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

 
 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com